บทความน่าสนใจ
Home » แม่และเด็ก

แม่และเด็ก

เด็กอัจฉริยะ

เด็กอัจฉริยะ

เด็กอัจฉริยะ เป็นเด็กที่เก่ง ฉลาด ที่สามารถแสดงความอัจฉริยะออกมาได้อย่างแตกต่าง บางคนอาจคิดเก่ง คิดได้เร็ว ร้องเพลงหรือเล่นดนตรีเก่งหรือบางคนประดิษฐ์เก่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับแววการแสดงออกตั้งแต่วัยเด็กที่พ่อแม่มีส่วนสร้างและพัฒนาขึ้นว่าเด็กๆจะแสดงออกในรูปแบบใด พ่อแม่หลายๆท่านย่อมต้องการให้เกิดขึ้นกับลูกๆของเราใช่ไหมคะ..? แต่ความเก่ง ฉลาด และความอัจฉริยะ อาจมีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปโดยไม่รู้ตัว และนั่นคือสิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และคุณครูต้องช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและช่วยกันเติมเต็มซึ่งจะส่งผลดีให้กับเด็กอย่างมากมายเลยค่ะ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กอัจฉริยะ และมาช่วยกันปรับความสมดุลให้เด็กอัจฉริยะเจริญเติบโตอย่างมีความสุขกันดีกว่าค่ะ ลูกของเราเป็นเด็กอัจฉริยะหรือเปล่า..? คุณพ่อและคุณแม่ควรสังเกตลูกโดยดูว่าเด็กอัจฉริยะนั้นมักจะมีศักยภาพบางอย่างโดดเด่นกว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน เช่น สามารถอ่านหนังสือได้เก่งกว่า เล่นของเล่นได้สร้างสรรค์และเล่นของเล่นที่มีความซับซ้อนได้มากกว่า (เพื่อนสร้างภูเขาทราย แต่ลูกของเรากลับวางผังเป็นเมืองที่มีองค์ประกอบชัดเจน เป็นต้น) และที่สำคัญควรมีการวัดผลความอัจฉริยะจากผู้เชี่ยวชาญ และมีนักจิตวิทยาเข้ามาช่วยสังเกตพฤติกรรมของลูกด้วยค่ะ อาจทำการวัดผลผ่านเกม แบบทดสอบ การเล่นในมุมต่างๆแล้วประเมินความคิดและผลการเรียน เพราะเด็กบางคนมีแววความอัจฉริยะหลายด้าน บางคนเป็นเด็กอัจฉริยะตอนนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสามารถกลับเหมือนเด็กธรรมดา เพราะความอัจฉริยะสามารถเลือนหายไปได้ตามเหตุปัจจัยที่แตกต่างกันค่ะ ข้อแนะนำในการสังเกตพฤติกรรมของเด็กเด็กอัจฉริยะในวัยเตรียมอนุบาล (จากสถาบันเด็กพรสวรรค์พิเศษของมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) ประเทศสหรัฐอเมริกา) 1. มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็ว และมีความสามารถในการจดจำสิ่งต่างๆได้ดี 2. ดูมีวุฒิภาวะดีกว่าเด็กคนอื่นๆในวัยเดียวกัน 3. มีความสามารถในการใช้ภาษา การใช้คำศัพท์ต่างๆได้ดี และสนใจการอ่านหนังสือมาก 4. ชื่นชอบการทดลอง เพื่อหาคำตอบในการแก้ปัญหา 5. ชอบเล่นกับเด็กที่โตกว่า 6. สามารถรับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ไว 7. ชอบที่จะใช้ความคิด แสดงความอยากรู้อยากเห็นด้วยความคิดที่ลึกซึ้งกว่าอายุ ...
Read More »

เด็กสมาธิสั้น

เด็กสมาธิสั้น

สมาธิสั้น (ADHD = Attention Deficit Hyperactivity Disorders) เป็นความผิดปกติด้านพฤติกรรมที่เกิดจากการทำงานที่ไม่เหมาะสมของสมองในส่วนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสมาธิ มักเกิดขึ้นกับเด็กบางคนที่อาจจะมีอาการซนมาก อยู่ไม่เป็นที่ เบื่อง่าย และการขาดความสามารถในการควบคุมตัวเอง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพฤติกรรม อารมณ์ การเรียน และการเข้าสังคมกับผู้อื่น โรคสมาธิสั้นนี้พบได้บ่อยในทุกประเทศทั่วโลก และประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ของเด็กในวัยเรียนเป็นโรคสมาธิสั้น พบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง 2-3 เท่า อาการเด็กสมาธิสั้นนี้สามารถดำเนินจนถึงช่วงของวัยรุ่นเลยนะคะ นอกจากนั้นการเกิดโรคเด็กสมาธิสั้นก็สามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุ 3-7 ปี ดังนั้นเราจึงควรรู้ลักษณะอาการของเด็กสมาธิสั้น สังเกต และวิเคราะห์ เพื่อจะได้ปรึกษาคุณหมอต่อไปค่ะ ลักษณะอาการของเด็กสมาธิสั้น เด็กเล็กอายุประมาณ 3-5 ปี จะมีอาการไม่อยู่นิ่งเคลื่อนไหวตลอดเวลา เช่น ระหว่างนั่งรับประทานอาหารได้เพียงคำเดียวก็ลุกขึ้นวิ่ง มักพูดแทรกและขัดจังหวะคนอื่น เป็นคนอดทนรอไม่ได้ เล่นของเล่นอย่างใดอย่างหนึ่งได้ไม่นาน เล่นเสียงดังมากกว่าเด็กคนอื่น ไม่สามารถทำตามคำสั่งง่ายๆได้ ทั้งที่มีความเข้าใจและสื่อสารได้ปกติ ไม่ชอบแบ่งปัน ชอบแย่งของจากคนอื่น โดยไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกแย่ง และดูเหมือนกับมีพลังงานมากมายไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เด็กอายุ 6 ปี ขึ้นไป – จะพบอาการได้ชัดกว่าในเด็กเล็ก มีอาการสำคัญ 3 กลุ่มอาการดังนี้ 1. การขาดสมาธิ (Inattention)   มีความสะเพร่า ไม่สามารถตั้งใจฟังและเก็บรายละเอียดได้ ...
Read More »

สิทธิเด็ก

สิทธิเด็ก

เด็กคือผู้ซึ่งอายุไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ และยังไม่ได้บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ที่ต้องการความรักและความเอาใจใส่จากพ่อแม่และผู้ใหญ่ในสังคม ทั้งนี้พ่อ แม่ และผู้ใหญ่ก็ควรปฏิบัติต่อเด็กในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน ไม่ดูถูกเหยียดหยามเด็กที่มีเชื้อชาติ สีผิว หรือมีฐานะที่แตกต่างไปจากตน และไม่ใช้ความรุนแรงรูปแบบต่างๆกับเด็ก แต่ควรประพฤติปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีมีประโยชน์ เพื่อให้เด็กอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กเติบโตเป็นคนดีของสังคมต่อไปค่ะ วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับสิทธิเด็กมาฝากคุณพ่อ คุณแม่ และผู้ใหญ่ทุกท่านได้ทำความเข้าใจในเรื่องของสิทธิเด็กมากขึ้นกันค่ะ สิทธิเด็กขั้นพื้นฐาน เด็กทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ด้อยโอกาสในลักษณะใดก็ตาม เช่น เด็กพิการ เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน เด็กถูกทารุณกรรม เด็กที่ถูกใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย และโสเภณีเด็ก มีสิทธิพื้นฐานตามอนุสัญญาสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นข้อตกลงของสหประชาชาติ ว่าด้วยการอธิบายถึงขอบเขตของสิทธิเด็ก 4 ประการในเรื่องดังต่อไปนี้ 1. สิทธิในการมีชีวิต : เด็กทุกคนที่เกิดมาจะมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจะเกิดมามีร่างกายที่สมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม รวมทั้งมีสิทธิตามความจำเป็นขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต คือ ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากพ่อแม่บุคคลในครอบครัวอย่างดีที่สุด ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย จิตใจ ที่พักอาศัย (ทีอยู่อาศัยที่ถูกสุขลักษณะ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพกาย) โภชนาการ และการบริการทางการแพทย์ เช่น การรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน สิทธิรับวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ 2. สิทธิในด้านพัฒนาการ : เมื่อเด็กเจริญเติบโตขึ้นควรได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม รวมถึงความรู้สึกนึกคิด ศีลธรรม ความต้องการ ความพึงพอใจ และความสุขของเด็ก เช่น ให้เด็กได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า ...
Read More »

การเจริญเติบโตทารกในครรภ์

การเจริญเติบโตทารกในครรภ์

ระยะเวลา 9 เดือนเต็ม (หรือประมาณ 40 สัปดาห์) ที่เราตั้งครรภ์และมีเจ้าตัวน้อยเป็นส่วนหนึ่งอยู่ภายในร่างกายของเรา คุณแม่หลายๆคนคงอยากทราบถึงพัฒนาการการเจริญเติบโตทารกในครรภ์ที่เกิดขึ้นอย่างสุดมหัศจรรย์จากตัวอ่อนน้อยๆกลายเป็นทารกที่ขดตัวรอออกมาสู่โลกกว้างนี้ วันนี้เรามีการเจริญเติบโตทารกในครรภ์ในแต่ละเดือนมาฝากว่าที่คุณแม่ทุกคนกันค่ะ มาดูเจ้าตัวน้อยของเราเติบโตไปพร้อมๆกันนะคะ การเจริญเติบโตทารกในครรภ์ เดือนที่ 1 : เริ่มต้นเป็นตัวอ่อน (3 สัปดาห์นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย) เป็นช่วงที่ไข่ได้ผสมกับอสุจิจนกลายเป็นตัวอ่อนที่ฝังตัวลงในเยื่อบุโพรงมดลูก ถือเป็นการปฏิสนธิที่เสร็จสมบูรณ์ ในเดือนแรกนี้เจ้าตัวเล็กจะเป็นแค่ตัวอ่อนตัวเล็กๆที่ดูคล้ายกับกุ้งตัวน้อยๆ มีขนาดตัวยาวเพียง 4 มิลลิเมตร อวัยวะสำคัญหลายอย่างรวมไปถึงหัวใจกำลังเริ่มพัฒนาเติบโตขึ้นเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกถึงการมีชีวิตน้อยๆเกิดอยู่ในตัวของเราค่ะ เดือนที่ 2 : ทารกในครรภ์เริ่มขยับ (เริ่มสังเกตเห็นตัวอ่อนชัดเจน) พัฒนาการทารกในครรภ์ตอนนี้เริ่มเห็นเป็นตัวแล้ว ใบหน้าเริ่มเห็นเป็นเค้าโครงของจมูก ริมฝีปาก และหู แขนและขาเริ่มงอกและปรากฎให้เห็นค่ะ และเจ้าต้วน้อยเริ่มมีอวัยวะสำคัญครบหมดแล้ว ถ้าว่าที่คุณแม่ คุณพ่อใจร้อนอยากเห็นน่าคุณลูกไวๆแล้วไปอัลตราซาวด์ดูจะเห็นเพียงการเคลือนไหวและจับการเต้นหัวใจค่ะ แต่ยังไม่เป็นตัวถึงขั้นระบุเพศได้นะคะ เดือนที่ 3 : จากตัวอ่อนเป็นทารกในครรภ์ (หัวใจจะเป็นรูปเป็นร่างเต็มที่) จากตัวอ่อนจิ๋วๆเจริญเติบโตมาเป็นทารกที่มีเหมือนคนเรามากขึ้น การทำงานของระบบสมองและกล้ามเนื้อเริ่มมีความสัมพันธ์กัน เริ่มตอบสนองกับสิ่งเร้าภายนอกได้ เช่น ถ้ามีอะไรมากระแทกท้องของคุณแม่ เจ้าตัวน้อยก็จะขยับตัวหนีค่ะ ใบหน้ามีรายละเอียดมากขึ้น จนเห็นว่ามีคางหน้าผากกว้างขึ้น ศีรษะและคอตั้งตรง แต่เปลือกตายังปิดสนิทอยู่ แขนขาเริ่มยืดออกและเคลื่อนไหวได้บ้างแล้ว ข้อต่อต่างๆเริ่มเชื่อมต่อกัน นิ้วมือ นิ้วเท้าเริ่มสมบูรณ์และเริ่มงอได้ เจ้าตัวเล็กเริ่มหัดดูดนิ้ว บางครั้งก็ทำปากจู๋ได้แล้วด้สนนะคะ เดือนที่ 4 : ...
Read More »

พัฒนาการทารกในครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์

ว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์คงจะตื่นเต้นกับการรอคอยต้อนรับเจ้าตัวน้อยกันอยู่ใช่ไหมคะ..? และอาจจะสงสัยกันอยู่ว่าในแต่ละวันของเจ้าตัวเล็กตอนอยู่ในท้องของเราจะเจริญเติบโตเกิดขึ้นมาได้อย่างไร วันนี้เรามีพัฒนาการทารกในครรภ์มาให้คุณแม่เฝ้ามองดูพัฒนาการเจริญเติบโตก่อนที่เจ้าตัวน้อยของเราจะออกมาสู่โลกกว้างนี้กันค่ะ โดยพัฒนาการทารกในครรภ์นั้นจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ถึงแม้ว่าคุณหมอจะบอกเราว่าตั้งครรภ์ได้ 1 เดือน แต่ความเป็นจริงคือ 2 สัปดาห์หลังจากการปฏิสนธิ และการตั้งครรภ์โดยปกตินั้นมีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 37 สัปดาห์ค่ะ 2 สัปดาห์แรกของพัฒนาการทารกในครรภ์ ช่วงเริ่มแรกที่ไข่อ่อนในรังไข่ของเราสุกเต็มที่ หรือที่เรียกว่าการตกไข่นั่นเอง เป็นช่วงเวลาที่ไข่จะตกไปที่ท่อรังไข่ใช้เวลาระหว่าง 12-24 ชั่วโมง ถ้าช่วงนั้นเรามีเพศสัมพันธ์พอดี จะมีสเปิร์มผ่านเข้าทางช่องคลอดของเรามากว่า 250 ล้านตัว (โดยเฉลี่ย) ตัวไหนที่แข็งแรงที่สุดแค่เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่จะเจาะเข้าไปด้านในของไข่อ่อนได้ค่ะ หลังจากนั้นประมาณ 10-30 ชั่วโมงต่อมา เราก็จะได้เวลาลุ้นกันแล้วว่าเจ้าตัวเล็กของเราจะเกิดมาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ และในระหว่าง 3-4 วันนั้นจะมีการผสมกันของสเปิร์มและไข่ หรือที่เรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Zygote จะเริ่มมีแบ่งขยายเซลล์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 16 เซลล์ที่จะกลายเป็นตัวอ่อนหรือที่เรียกว่า Morula หลังจากนั้นภายใน 1-2 วัน ตัวอ่อนนี้จะเคลื่อนผ่านมาจนถึงปลายท่อนำไข่ แล้วเริ่มฝังตัวที่ผนังด้านหลังของมดลูก และค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ที่อยู่ด้านในจะกลายมาเป็นถุงน้ำคร่ำ ส่วนเซลล์ที่อยู่ด้านนอกจะพัฒนากลายมาเป็นรก ที่ช่วยส่งผ่านสารอาหารที่จำเป็นและออกซิเจนจากแม่ไปสู่เจ้าตัวน้อยได้ ทำให้เจ้าตัวน้อยค่อยๆเจริญเติบโตขึ้นมาค่ะ การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ ช่วงนี้ถ้าประจำเดือนของเราขาดไป 12-16 วัน ก็เป็นไปได้ว่าเรากำลังจะมีเจ้าตัวน้อยแล้วแน่นอนค่ะ แต่ต้องเป็นคนที่ประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอและค่อนข้างตรงเวลานะคะ ถ้าเราอยากมีลูกมากๆแล้วไม่สำเร็จเสียที ให้ลองนับวันไข่ตกของเราไว้ค่ะ ก่อนถึงวันไข่ตก 72 ...
Read More »

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้องเป็นอาการที่เกิดกับว่าที่คุณแม่ที่เพิ่งเริ่มตั้งครรภ์ บางคนจะเริ่มมีอาการแพ้ท้องในช่วง 6-20 สัปดาห์ หรือบางคนอาจมีอาการแพ้ท้องตลอดการตั้งครรภ์ก็มีนะคะ โดยจะมีอาการทั่วไป คือ วิงเวียนศีรษะ เคลื่อนไส้ และอาเจียน แต่อาจจะมีอาการแพ้ท้องอื่นๆเพิ่มขึ้นมาอีกค่ะ วันนี้เรารวบรวมอาการที่บ่งบอกถึงอาการแพ้ท้องมาฝากว่าที่คุณแม่ทุกท่านค่ะ (๑・‿・๑) อาการแพ้ท้องมีอาการอย่างไรบ้าง..? อาการแพ้ท้องที่พบได้ทั่วไปในคุณแม่ตั้งครรภ์ ได้แก่ คลื่นใส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า บางท่านอาจเกิดอาการหน้ามืดตามมาได้ค่ะ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา อาการขมเฝื่อนในปาก รู้สึกเหม็นกับบางสิ่งบางอย่าง ทั้งๆที่ก่อนที่จะท้องไม่ได้รู้สึกเหม็นกับสิ่งนั้นๆเลย บางคนโชคดีก็จะมีอาการเพียงแค่วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้เล็กน้อย ไม่ถึงกับอาเจียน แต่ถ้าแพ้ท้องมาก อาจวิงเวียนจนลุกไม่ไหว และอาเจียนจนรับประทานอาหารไม่ได้ก็มีค่ะ ดูอาการเริ่มแรกของคนท้องเพิ่มเติมที่นี่ > อาการเริ่มแรกของคนท้อง สาเหตุของอาการแพ้ท้อง 1. เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin) ที่เพิ่มสูงขึ้น และประสาทรับกลิ่นมีความไวมากขึ้น ประสาทรับรสที่เปลี่ยนไปทำให้เรามีอาการแพ้ท้องเกิดขึ้นได้ค่ะ 2. สภาพอารมณ์ ความเครียด ความวิตกกังวลมีผลต่อการเกิดอาการแพ้ท้องได้เช่นกัน ระยะเวลาอาการแพ้ท้องจะอยู่นานเท่าไร..? ส่วนมากระยะเวลาอาการแพ้ท้องนั้นจะเกิดขึ้นและหายไปในเวลาที่ไม่เท่ากัน อาจเป็นเพราะฮอร์โมนและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนของคุณแม่แต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ อาการแพ้ท้องจะเกิดเริ่มแรกในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังจากรังไข่ถูกปฏิสนธิ บางคนอาจจะเกิดเร็วหรือช้ากว่านี้เล็กน้อย และอาการแพ้ท้องจะหมดไปในช่วง 20 สัปดาห์ (หรือประมาณ 3 เดือนของการตั้งครรภ์) อาการแพ้ท้องอาจเกิดอาการแพ้ท้องขึ้นได้ตลอดช่วงตั้งครรภ์เลยก็มีนะคะ ...
Read More »

อาการของคนท้อง

อาการของคนท้อง

อาการที่บ่งบอกว่าเรากำลังตั้งครรภ์หรือท้องนั้นมีหลายอาการค่ะ แต่ที่เห็นได้ทั่วๆไปคือ ประจำเดือนขาด ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย และอยากทานของเปรี้ยวๆค่ะ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆที่เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ากำลังมีชีวิตน้อยๆเกิดขึ้นในท้องของคุณแล้ว ดังนั้นเราจึงไม่ควรละเลยอาการของคนท้องอื่นๆไปนะคะ วันนี้เรามีอาการของคนท้องและวิธีดูแลตัวเองง่ายๆมาฝากเพื่อนๆด้วยค่ะ สัญญาณอาการของคนท้อง หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ : เป็นอาการโดยทั่วไปของการตั้งครรภ์ค่ะ  มีสาเหตุมาจากร่างกายของเราต้องการเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อนและมดลูกมากขึ้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง เราจึงมีอาการหน้ามืด หรืออาจมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตลดลงในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ก็เป็นได้ค่ะ วิธีการบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะและหน้ามืด ให้เรานั่งลงในท่าชันเข่าแล้วฟุบหน้าลงระหว่างหัวเข่าทั้งสองข้างจนกว่าอาการหน้ามืดจะหายไปค่ะ มีเลือดออกทางช่องคลอด : อาการนี้สังเกตได้ก่อนที่รอบเดือนครั้งต่อไปจะมาถึงค่ะ เพราะหลังการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ เราจะเห็นว่ามีเลือดออกมาทางช่องคลอดกระปริบกระปรอยเป็นจุดๆ  แล้วยังมีอาการไม่สบายท้อง ปวดถ่วงๆบริเวณท้องน้อยแบบที่ประจำเดือนเคยมาเป็นประจำ และมีความรู้สึกว่ารอบเดือนของเรากำลังจะมาอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้น : ผู้เชี่ยวชาญบางท่านให้ความเห็นว่าอุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้นนั้นเป็นเพราะร่างกายของเรากำลังบ่มฟักไข่ในครรภ์ค่ะ อาการนี้จะคล้ายกับช่วงที่ประจำเดือนมาเป็นปกติค่ะ และแทนที่อุณหภูมิจะลดลงเช่นทุกครั้ง มันกลับยังคงสูงอยู่อย่างนั้นค่ะ เต้านมเริ่มขยาย : เราจะสังเกตเห็นว่าเส้นเลือดบริเวณเต้านมของเราจะนูนขึ้นมาและมีสีเข้มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปุ่มเล็กๆเกิดขึ้นรอบหัวนมด้วย และอาจมีอาการเสียวแปล๊บเกิดขึ้นร่วมด้วย ว่าที่คุณแม่บางท่านขนาดหน้าอกจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่าด้วยนะคะ ควรหาซื้อบราที่ช่วยพยุงเต้านมมาสวมแทนจะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นค่ะ สีของปากมดลูกจะเปลี่ยนไป : อาการนี้ไปพบแพทย์จะช่วยให้เรามั่นใจในผลการตรวจได้มากขึ้นค่ะ แพทย์จะทำการตรวจบริเวณปากมดลูกของเรา ถ้าเราตั้งครรภ สีของปากมดลูกจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วงในช่วงสัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า รู้สึกไม่สบายในตอนเช้า : ฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายมีการหย่อนตัวจนบางครั้งรู้สึกปวดหลัง มีอาการท้องผูกเนื่องจากลำไส้ทำงานช้าลงด้วย และมีอาการคลื่นไส้อาเจียนตลอดวัน อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ...
Read More »

อาการเริ่มแรกของคนท้อง

อาการเริ่มแรกของคนท้อง

อาการเริ่มแรกของคนท้องหรือสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ไม่ได้มีแค่อาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆในละครนะคะ แต่จะมีอาการที่บ่งชี้หลายอย่างให้เราพอสังเกตได้ค่ะ และอาการเริ่มแรกของคนท้องของแต่ละคนก็จะไม่ค่อยเหมือนกันด้วยค่ะ บางคนอาจจะแพ้มาก บางคนแพ้น้อย หรือบางคนอาจจะไม่มีอาการแพ้เลยก็มีค่ะ วันนี้เรามี 14 อาการเริ่มแรกของคนท้องมาบอกเพื่อนๆกันค่ะ มาดูกันนะคะว่าสัญญาณเหล่านี้จะตรงกับอาการของสาวๆกันบ้างหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ยินดีต้อนรับเจ้าตัวน้อยกันได้เลยค่า ≧(´▽`)≦ อาการเริ่มแรกของคนท้อง 1. ประจำเดือนไม่มาหรือประจำเดือนขาด อาการประจำเดือนไม่มาหรือประจำเดือนขาดเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถสรุปได้ว่าเราตั้งครรภ์แน่นอน แต่จะเป็นอาการแรกๆที่ทำให้เราได้สังเกตตัวเองในเบื้องต้น โดยเฉพาะกับสาวๆที่ปกติประจำเดือนมาตรงเวลาสม่ำเสมอ แล้วในเดือนนั้นอาจไม่มาซะดื้อๆนั่นเองค่ะ แต่การที่ประจำเดือนไม่มาสามารถเกิดได้จากความเครียด ความวิตกกังวล หรือไม่สบายค่ะ เพื่อความแน่ใจเราควรดูอาการในขออื่นๆร่วมด้วยค่ะ 2. เลือดออกกระปริบกระปรอย มีเลือดออกเล็กน้อยกระปริบกระปรอยในระยะแรกของการตั้งครรภ์ โดยเลือดนั้นจะเป็นจุดสีชมพูจางๆแตกต่างจากเลือดประจำเดือนที่มีสีแดงเข้มและมามากค่ะ ไม่มีอาการปวดเกร็งท้องร่วมด้วย อาจเป็นอาการที่รกของทารกมีการแบ่งเซลล์และฝังตัวลงไปในเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเหตุการณ์นี้อาจทำให้มีเลือดออกได้ เราควรสังเกตอาการและหากเลือดหยุดไปก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงค่ะ 3. หายใจถี่ เราอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายและหายใจถี่เวลาที่เดินขึ้นลงบันได ซึ่งปกติไม่เคยเป็นมาก่อน อาจเป็นเพราะเรากำลังตั้งครรภ์ตัวอ่อนที่กำลังเจริญเติบโต ซึ่งตัวอ่อนของเรามีความต้องการออกซิเจนจากคุณแม่ อาการนี้อาจต่อเนื่องไปตลอดการตั้งครรภ์เลยค่ะ 4. เจ็บหน้าอกหรือคัดเต้านม อาการเจ็บคัดตึงบริเวณเต้านมนี้จะคล้ายๆช่วงที่จะมีรอบเดือน แต่มันไม่หายไปแม้ครบกำหนดแล้วก็ตาม เราอาจสังเกตได้ว่าขนาดของเต้านมขยายใหญ่ขึ้น มีความรู้สึกหนัก และบริเวณรอบๆหัวนมมีสีคล้ำขึ้น ผิวหนังบริเวณเต้านมบางลงจนมองเห็นหลอดเลือดดำเด่นชัดมาก เราควรสวมชุดชั้นในที่มีขนาดพอดี เพื่อช่วยรับน้ำหนักได้อย่างเหมาะสมและอาจใส่เสื้อชั้นในนอนด้วยเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บ 5. เมื่อยล้า ถ้าโดยปกติแล้วเราเป็นสาวสดชื่น กระปรี้กระเปร่าตลอดเวลา แต่ตอนนี้กลับมีอาการอ่อนล้า หมดแรงเอาดื้อๆแม้จะในช่วงเวลากลางวันก็อาจเป็นไปได้ว่าเรากำลังตั้งครรภ์อยู่ค่ะ เพราะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นในร่างกายทำให้กล้ามเนื้อมีการเผาผลาญอาหารสำหรับเจ้าตัวเล็กมากขึ้น ร่างกายของเราจึงสูญเสียพลังงานมากขึ้นด้วยค่ะ อาการเมื่อยล้านี้จะเกิดขึ้นในช่วง 8-10 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ...
Read More »