บทความน่าสนใจ
Home » แม่และเด็ก » อาการเริ่มแรกของคนท้อง

อาการเริ่มแรกของคนท้อง

อาการเริ่มแรกของคนท้องหรือสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ไม่ได้มีแค่อาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆในละครนะคะ แต่จะมีอาการที่บ่งชี้หลายอย่างให้เราพอสังเกตได้ค่ะ และอาการเริ่มแรกของคนท้องของแต่ละคนก็จะไม่ค่อยเหมือนกันด้วยค่ะ บางคนอาจจะแพ้มาก บางคนแพ้น้อย หรือบางคนอาจจะไม่มีอาการแพ้เลยก็มีค่ะ วันนี้เรามี 14 อาการเริ่มแรกของคนท้องมาบอกเพื่อนๆกันค่ะ มาดูกันนะคะว่าสัญญาณเหล่านี้จะตรงกับอาการของสาวๆกันบ้างหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ยินดีต้อนรับเจ้าตัวน้อยกันได้เลยค่า ≧(´▽`)≦

อาการเริ่มแรกของคนท้อง

อาการเริ่มแรกของคนท้อง

ขอบคุณรูปภาพประกอบ : http://www.toonaripost.com/2011/10/life-style/six-unexpected-pregnancy-symptoms/

1. ประจำเดือนไม่มาหรือประจำเดือนขาด

อาการประจำเดือนไม่มาหรือประจำเดือนขาดเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถสรุปได้ว่าเราตั้งครรภ์แน่นอน แต่จะเป็นอาการแรกๆที่ทำให้เราได้สังเกตตัวเองในเบื้องต้น โดยเฉพาะกับสาวๆที่ปกติประจำเดือนมาตรงเวลาสม่ำเสมอ แล้วในเดือนนั้นอาจไม่มาซะดื้อๆนั่นเองค่ะ แต่การที่ประจำเดือนไม่มาสามารถเกิดได้จากความเครียด ความวิตกกังวล หรือไม่สบายค่ะ เพื่อความแน่ใจเราควรดูอาการในขออื่นๆร่วมด้วยค่ะ

2. เลือดออกกระปริบกระปรอย

มีเลือดออกเล็กน้อยกระปริบกระปรอยในระยะแรกของการตั้งครรภ์ โดยเลือดนั้นจะเป็นจุดสีชมพูจางๆแตกต่างจากเลือดประจำเดือนที่มีสีแดงเข้มและมามากค่ะ ไม่มีอาการปวดเกร็งท้องร่วมด้วย อาจเป็นอาการที่รกของทารกมีการแบ่งเซลล์และฝังตัวลงไปในเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเหตุการณ์นี้อาจทำให้มีเลือดออกได้ เราควรสังเกตอาการและหากเลือดหยุดไปก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงค่ะ

3. หายใจถี่

เราอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายและหายใจถี่เวลาที่เดินขึ้นลงบันได ซึ่งปกติไม่เคยเป็นมาก่อน อาจเป็นเพราะเรากำลังตั้งครรภ์ตัวอ่อนที่กำลังเจริญเติบโต ซึ่งตัวอ่อนของเรามีความต้องการออกซิเจนจากคุณแม่ อาการนี้อาจต่อเนื่องไปตลอดการตั้งครรภ์เลยค่ะ

4. เจ็บหน้าอกหรือคัดเต้านม

อาการเจ็บคัดตึงบริเวณเต้านมนี้จะคล้ายๆช่วงที่จะมีรอบเดือน แต่มันไม่หายไปแม้ครบกำหนดแล้วก็ตาม เราอาจสังเกตได้ว่าขนาดของเต้านมขยายใหญ่ขึ้น มีความรู้สึกหนัก และบริเวณรอบๆหัวนมมีสีคล้ำขึ้น ผิวหนังบริเวณเต้านมบางลงจนมองเห็นหลอดเลือดดำเด่นชัดมาก เราควรสวมชุดชั้นในที่มีขนาดพอดี เพื่อช่วยรับน้ำหนักได้อย่างเหมาะสมและอาจใส่เสื้อชั้นในนอนด้วยเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บ

5. เมื่อยล้า

ถ้าโดยปกติแล้วเราเป็นสาวสดชื่น กระปรี้กระเปร่าตลอดเวลา แต่ตอนนี้กลับมีอาการอ่อนล้า หมดแรงเอาดื้อๆแม้จะในช่วงเวลากลางวันก็อาจเป็นไปได้ว่าเรากำลังตั้งครรภ์อยู่ค่ะ เพราะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นในร่างกายทำให้กล้ามเนื้อมีการเผาผลาญอาหารสำหรับเจ้าตัวเล็กมากขึ้น ร่างกายของเราจึงสูญเสียพลังงานมากขึ้นด้วยค่ะ อาการเมื่อยล้านี้จะเกิดขึ้นในช่วง 8-10 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ แล้วจะหายไปในสัปดาห์ที่ 12 ค่ะ

6. คลื่นไส้

เป็นอาการที่พบบ่อยมากๆจนกลายเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ไปแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 สัปดาห์ แต่บางคนจะพบกับอาการแพ้ท้องคลื่นไส้อาเจียนได้ตั้งแต่รอบเดือนขาดหายไปก็ได้ค่ะ อาการคลื่นไส้อาเจียนอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในเวลาเช้า กลางวัน และกลางคืน หรือบางคนก็อาเจียนตลอดทั้งวัน เพราะร่างกายมีน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำลงด้วย ในระหว่างนี้ให้พยายามรับประทานอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการ เช่น ขนมปังแครกเกอร์ น้ำหวาน หรือไอศครีมค่ะ

7. ปัสสาวะบ่อย

ในระหว่างตั้งครรภ์ร่างกายของเราจะสร้างของเหลวในร่างกายมากขึ้น มีเลือดในระบบไหลเวียนมากขึ้น เพื่อจะได้ส่งไปหล่อเลี้ยงตัวอ่อน ทำให้กระเพาะปัสสาวะบีบตัวบ่อยขึ้น จนเรารู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยมากแม้แต่ในช่วงกลางคืนค่ะ

8. ปวดเกร็งในช่องท้อง

อาการปวดเกร็งในช่องท้องนี้จะเป็นในช่วงปวดประจำเดือนหรือตั้งครรภ์นั้นเป็นอาการที่บอกได้ยากค่ะ แต่ถ้าเรารู้สึกปวดหน่วงๆ อาจเป็นไปได้ว่ามีการยืดขยายของมดลูกให้พร้อมสำหรับลูกน้อยค่ะ

9. ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง

เมื่อเรากำลังตั้งครรภ์จะทำให้การรับรู้รสชาติของเราจะเปลี่ยนแปลงไป กินอะไรก็ไม่อร่อย หรืออยากกินของแปลกๆ อย่างอยากอาหารที่มีรสเปรี้ยวจี๊ดมากขึ้น ในขณะที่กลิ่นของปลามักจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ และเป็นอาการที่ร่างกายกำลังบอกว่าคุณตั้งครรภ์แล้วค่ะ

10. ท้องผูกและมีลมในกระเพาะอาหารมากขึ้น

อาจจะเกิดจากการที่ฮอร์โมน progesterone เพิ่มสูงขึ้นและส่งผลต่อระบบการย่อยอาหารของเรา ทำให้ย่อยได้ช้าลง มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากขึ้น และส่งผลให้ท้องผูกร่วมด้วย เราควรรับประทานผักผลไม้ อาหารที่มีกากใยม และดื่มน้ำให้มากๆจะช่วยให้ลำไส้บีบตัวได้ดีขึ้น

11. อารมณ์เปลี่ยนแปลง

ระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงและร่างกายของเรากำลังพยายามปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่ ทำให้บางทีใครทำอะไรไม่ถูกต้อง ถูกใจเพียงเล็กน้อย กลับทำให้เราอารมณเสีย ไม่พอใจได้ง่ายๆ หรือบางทีก็อาจร้องไห้ เสียใจขึ้นมาก็มี ทั้งที่ปกติก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงนี้ไปอารมณ์ของเราก็จะเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนเดิมค่ะ

12. อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น

เราอาจสังเกตได้ว่าอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น รู้สึกร้อนง่ายกว่าคนอื่นๆ นั่นเป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและมีการใช้พลังงานภายในร่างกายมากขึ้นค่ะ

13. จมูกไวต่อกลิ่น

จมูกของเราจะไวและตอบสนองต่อกลิ่นต่างๆมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมก็จะรู้สึกหอมรุนแรง จนบางครั้งทนกลิ่นน้ำหอมเดิมของตัวเองไม่ได้ หากเป็นกลิ่นเหม็นแล้วละก็จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

14. เวียนศีรษะ เป็นลม

อาการนี้เป็นอาการที่บ่งบอกการตั้งครรภ์ในละคร ที่ในชีวิตเราก็เป็นกันนะคะ เมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำหรือความดันโลหิตลดลง อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะได้ เราควรรับประทานอาหารให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆก็จะห่างไกลจากอาการวิงเวียนศีรษะนี้ได้ค่ะ

ถ้าเรายังไม่สามารถมั่นใจได้ว่าอาการเริ่มแรกของคนท้องจะตรงกับเราชัวร์หรือเปล่า..? การใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์มาทดสอบเองที่บ้านเพื่อความแน่ใจก็ได้นะคะ การทดสอบจากปัสสาวะจะมีความแม่นยำมากขึ้นหากตรวจหลังจากมีเพศสัมพันธ์ (ปฎิสนธิ) ได้ 10-14 วัน หากเราไม่สามารถรอจนถึงกระทั่งช่วงที่ประจำเดือนขาดได้ การตรวจเลือดจะมีความแม่นยำกว่าในช่วง 8-10 วันหลังจากเพศสัมพันธ์ หรือถ้าหากตรวจแล้วมีผลว่าไม่ตั้งครรภ์ แต่ยังรู้สึกเหมือนกับว่าคุณตั้งครรภ์ให้ตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ค่ะ

Loading Facebook Comments ...