บทความน่าสนใจ
Home » แม่และเด็ก » อาการของคนท้อง

อาการของคนท้อง

อาการที่บ่งบอกว่าเรากำลังตั้งครรภ์หรือท้องนั้นมีหลายอาการค่ะ แต่ที่เห็นได้ทั่วๆไปคือ ประจำเดือนขาด ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย และอยากทานของเปรี้ยวๆค่ะ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆที่เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ากำลังมีชีวิตน้อยๆเกิดขึ้นในท้องของคุณแล้ว ดังนั้นเราจึงไม่ควรละเลยอาการของคนท้องอื่นๆไปนะคะ วันนี้เรามีอาการของคนท้องและวิธีดูแลตัวเองง่ายๆมาฝากเพื่อนๆด้วยค่ะ

อาการของคนท้อง

ขอบคุณรูปภาพประกอบ : http://allourparents.com/symptoms-of-pregnancy/symptoms-to-look-for-during-pregnancy-period/

สัญญาณอาการของคนท้อง

หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ : เป็นอาการโดยทั่วไปของการตั้งครรภ์ค่ะ  มีสาเหตุมาจากร่างกายของเราต้องการเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อนและมดลูกมากขึ้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง เราจึงมีอาการหน้ามืด หรืออาจมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตลดลงในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ก็เป็นได้ค่ะ วิธีการบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะและหน้ามืด ให้เรานั่งลงในท่าชันเข่าแล้วฟุบหน้าลงระหว่างหัวเข่าทั้งสองข้างจนกว่าอาการหน้ามืดจะหายไปค่ะ

มีเลือดออกทางช่องคลอด : อาการนี้สังเกตได้ก่อนที่รอบเดือนครั้งต่อไปจะมาถึงค่ะ เพราะหลังการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ เราจะเห็นว่ามีเลือดออกมาทางช่องคลอดกระปริบกระปรอยเป็นจุดๆ  แล้วยังมีอาการไม่สบายท้อง ปวดถ่วงๆบริเวณท้องน้อยแบบที่ประจำเดือนเคยมาเป็นประจำ และมีความรู้สึกว่ารอบเดือนของเรากำลังจะมาอยู่ตลอดเวลา

อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้น : ผู้เชี่ยวชาญบางท่านให้ความเห็นว่าอุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้นนั้นเป็นเพราะร่างกายของเรากำลังบ่มฟักไข่ในครรภ์ค่ะ อาการนี้จะคล้ายกับช่วงที่ประจำเดือนมาเป็นปกติค่ะ และแทนที่อุณหภูมิจะลดลงเช่นทุกครั้ง มันกลับยังคงสูงอยู่อย่างนั้นค่ะ

เต้านมเริ่มขยาย : เราจะสังเกตเห็นว่าเส้นเลือดบริเวณเต้านมของเราจะนูนขึ้นมาและมีสีเข้มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปุ่มเล็กๆเกิดขึ้นรอบหัวนมด้วย และอาจมีอาการเสียวแปล๊บเกิดขึ้นร่วมด้วย ว่าที่คุณแม่บางท่านขนาดหน้าอกจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่าด้วยนะคะ ควรหาซื้อบราที่ช่วยพยุงเต้านมมาสวมแทนจะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นค่ะ

สีของปากมดลูกจะเปลี่ยนไป : อาการนี้ไปพบแพทย์จะช่วยให้เรามั่นใจในผลการตรวจได้มากขึ้นค่ะ แพทย์จะทำการตรวจบริเวณปากมดลูกของเรา ถ้าเราตั้งครรภ สีของปากมดลูกจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วงในช่วงสัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์

อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า รู้สึกไม่สบายในตอนเช้า : ฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายมีการหย่อนตัวจนบางครั้งรู้สึกปวดหลัง มีอาการท้องผูกเนื่องจากลำไส้ทำงานช้าลงด้วย และมีอาการคลื่นไส้อาเจียนตลอดวัน อาการเหล่านี้จะค่อยๆ เบาบางลงเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 12 – 14 แต่บางคนก็ไม่มีอาการใดๆที่กล่าวมาเลยก็มีค่ะ

มดลูกของคุณจะเต็มไปด้วยน้ำคร่ำ : น้ำคร่ำจะช่วยทำหน้าที่ประคองรองรับทารกในครรภ์ และหลังจากนั้นตัวน้ำคร่ำจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเวลาคลอด น้ำคร่ำจะเหลืออยู่ในมดลูกเพียง 3-4 ออนซ์เท่านั้น

ร่างกายมีเลือดมาหล่อเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น : ในช่วงนี้เราจะมีอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวก บางคนอาจมีอาการเลือดกำเดาไหลด้วย เนื่องมาจากร่างกายมีเลือดมาหล่อเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น ระบบการไหลเวียนของฮอร์โมนมีผลทำให้เยื่อบุในจมูกอ่อนตัวลงและมีความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นนั่นเองค่ะ

ใบหน้า นิ้วมือ และข้อเท้าเกิดอาการบวมน้ำ : ร่างกายจะเก็บกักน้ำเอาไว้มากกว่าปกติ มีผลทำให้ใบหน้า นิ้วมือ และข้อเท้าของเราเกิดอาการบวมน้ำ แต่ถ้าเรามีอาการความดันโลหิตสูงและมีโปรตีนในปัสสาวะร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ทันทีค่ะ เพราะอาจเป็นอาการของครรภ์เป็นพิษต้องรีบรักษาโดยทันทีค่ะ

มดลูกมีอาการหดเกร็งมากกว่าปกติ : ประมาณช่วงสัปดาห์ที่ 20 ของการตั้งครรภ์ เราจะรู้สึกว่ามดลูกมีการหดเกร็งมากกว่าปกติ ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกๆ 20 นาที และจะมีอาการเกร็งอยู่นานราว 30 วินาที ทำให้เรารู้สึกอึดอัด แต่ไม่มีอาการเจ็บหรือปวดใดๆค่ะ ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมีความเห็นว่าอาการเกร็งตัวของมดลูกนี้จะช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกและทารกในครรภ์อย่างสม่ำเสมอ

หัวใจถูกดันให้สูงขึ้นจากตำแหน่งเดิมและเต้นเร็วขึ้นกว่าเดิม : หัวใจของเราจะมีการขยายใหญ่ขึ้นและมีอัตราการเต้นเพิ่มขึ้นจากปกติประมาณ 10 ครั้ง/นาที และหัวใจยังถูกดันให้อยู่สูงขึ้นจากตำแหน่งเดิม เพื่อเป็นการเตรียมที่สำหรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์นั่นเองค่ะ หัวใจของเราจะกลับลงมาอยู่ในตำแหน่งเดิมและมีขนาดเท่าเดิมหลังจากคลอดแล้วประมาณ 4 วันค่ะ

ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล : ระหว่างตั้งครรภ์จำนวนเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใกล้ๆกับผิวหนังชั้นบนสุดมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีเลือดมาไหลเวียนบริเวณใต้ผิวหนังมากขึ้น หน้าตาผิวพรรณของเราจึงดูแดงระเรื่อ เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลมากขึ้นค่ะ

ซี่โครงขยายออก : เมื่อมดลูกของเราขยายขึ้นมาเบียดปอด ทำให้ปอดต้องขยับออกไปด้านข้างของร่างกาย เพื่อที่เราจะได้หายใจได้สะดวกขึ้น ซึ่งทำให้ซี่โครงของเราก็ต้องขยายออกตามไปด้วย ถึงแม้อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจทั้งปอดและซี่โครงจะขยับขยายเพื่อช่วยให้เราหายใจสะดวกขึ้น แต่ก็จะมีบางทีที่รู้สึกหายใจไม่สะดวกอยู่บ้าง โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ 34 – 36 จะเป็นช่วงที่มดลูกขยายเต็มที่แล้ว อาการอึดอัดจะค่อยๆทุเลาลง

ผมร่วงและเกิดอาการคัน : ในช่วงตั้งครรภ์เส้นผมและเล็บของเราจะยาวเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะมีอาการผมร่วงตามมาด้วยค่ะ บางคนผมร่วงออกมาเป็นกำๆเวลาสระผมเลยก็มี นอกจากนี้ผิวหนังของเราจะเริ่มแห้งมากขึ้นด้วย ทำให้เราเกิดอาการคัน โดยเฉพาะบริเวณท้องที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สะดือเริ่มตึงจนแบนราบ : ในช่วงสัปดาห์ที่ 30 ของการตั้งครรภ์สะดือของเราจะเริ่มตึงจนแบนราบ ซึ่งมันจะเป็นอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งคลอด และจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมหลังคลอดแล้วประมาณ 2 – 3 วัน

ผิวหนังเกิดริ้วรอยแตกลาย : ผิวหนังส่วนต่างๆของร่างกายเริ่มมีการขยายตัว โดยเฉพาะบริเวณท้อง จึงทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยแตกลายเป็นเส้นสีแดง แต่หลังจากคลอดแล้วริ้วรอยเหล่านี้จะค่อยๆจางลงจนกลายเป็นเส้นสีขาวแทนค่ะ

Loading Facebook Comments ...