บทความน่าสนใจ
Home » แม่และเด็ก » พัฒนาการทารกในครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์

ว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์คงจะตื่นเต้นกับการรอคอยต้อนรับเจ้าตัวน้อยกันอยู่ใช่ไหมคะ..? และอาจจะสงสัยกันอยู่ว่าในแต่ละวันของเจ้าตัวเล็กตอนอยู่ในท้องของเราจะเจริญเติบโตเกิดขึ้นมาได้อย่างไร วันนี้เรามีพัฒนาการทารกในครรภ์มาให้คุณแม่เฝ้ามองดูพัฒนาการเจริญเติบโตก่อนที่เจ้าตัวน้อยของเราจะออกมาสู่โลกกว้างนี้กันค่ะ โดยพัฒนาการทารกในครรภ์นั้นจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ถึงแม้ว่าคุณหมอจะบอกเราว่าตั้งครรภ์ได้ 1 เดือน แต่ความเป็นจริงคือ 2 สัปดาห์หลังจากการปฏิสนธิ และการตั้งครรภ์โดยปกตินั้นมีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 37 สัปดาห์ค่ะ

พัฒนาการทารกในครรภ์

ขอบคุณรูปภาพประกอบ : http://www.ivillage.com/ways-track-your-pregnancy-week-week/6-b-474306

2 สัปดาห์แรกของพัฒนาการทารกในครรภ์

ช่วงเริ่มแรกที่ไข่อ่อนในรังไข่ของเราสุกเต็มที่ หรือที่เรียกว่าการตกไข่นั่นเอง เป็นช่วงเวลาที่ไข่จะตกไปที่ท่อรังไข่ใช้เวลาระหว่าง 12-24 ชั่วโมง ถ้าช่วงนั้นเรามีเพศสัมพันธ์พอดี จะมีสเปิร์มผ่านเข้าทางช่องคลอดของเรามากว่า 250 ล้านตัว (โดยเฉลี่ย) ตัวไหนที่แข็งแรงที่สุดแค่เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่จะเจาะเข้าไปด้านในของไข่อ่อนได้ค่ะ หลังจากนั้นประมาณ 10-30 ชั่วโมงต่อมา เราก็จะได้เวลาลุ้นกันแล้วว่าเจ้าตัวเล็กของเราจะเกิดมาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่

และในระหว่าง 3-4 วันนั้นจะมีการผสมกันของสเปิร์มและไข่ หรือที่เรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Zygote จะเริ่มมีแบ่งขยายเซลล์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 16 เซลล์ที่จะกลายเป็นตัวอ่อนหรือที่เรียกว่า Morula หลังจากนั้นภายใน 1-2 วัน ตัวอ่อนนี้จะเคลื่อนผ่านมาจนถึงปลายท่อนำไข่ แล้วเริ่มฝังตัวที่ผนังด้านหลังของมดลูก และค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ที่อยู่ด้านในจะกลายมาเป็นถุงน้ำคร่ำ ส่วนเซลล์ที่อยู่ด้านนอกจะพัฒนากลายมาเป็นรก ที่ช่วยส่งผ่านสารอาหารที่จำเป็นและออกซิเจนจากแม่ไปสู่เจ้าตัวน้อยได้ ทำให้เจ้าตัวน้อยค่อยๆเจริญเติบโตขึ้นมาค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ช่วงนี้ถ้าประจำเดือนของเราขาดไป 12-16 วัน ก็เป็นไปได้ว่าเรากำลังจะมีเจ้าตัวน้อยแล้วแน่นอนค่ะ แต่ต้องเป็นคนที่ประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอและค่อนข้างตรงเวลานะคะ ถ้าเราอยากมีลูกมากๆแล้วไม่สำเร็จเสียที ให้ลองนับวันไข่ตกของเราไว้ค่ะ ก่อนถึงวันไข่ตก 72 ชั่วโมง หรือหลังไข่ตก 24 ชั่วโมงก็สะกิดคุณสามีให้ทำการบ้านได้เลยค่า ≧∀≦  ก่อนหน้านั้นเราก็ควรเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนนะคะ เริ่มจากไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และอย่าลืมทานวิตามินรวมที่มีโฟลิคแอซิดอย่างน้อย 400 ไมโครแกรมล่วงหน้าสัก 3 เดือนค่ะ เจ้าตัวเล็กของเราจะได้สมบูรณ์แข็งแรงพร้อมค่ะ

สัปดาห์ที่ 3 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

การเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์ที่ 3 นี้มีเกิดขึ้นกับเจ้าตัวเล็กมากมายเลยค่ะ ตั้งแต่เซลล์หลายร้อยเซลล์ที่เพิ่มขึ้น หนึ่งในเซลล์นั้นจะอยู่ในมดลูกของเราค่ะ ส่วนรกจะสร้างฮอร์โมน HCG เพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายของเราหยุดการสร้างไข่อ่อน หันมาสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน แทน ในช่วงนี้ถ้าเราไปซื้อชุดทดสอบการตั้งครรภ์มาตรวจ จะทำให้ผลการตรวจออกมาเป็นบวก ซึ่งแปลว่าเราท้องแล้วอย่างแน่นอนค่ะ

และในระหว่างนั้นร่างกายเราจะเริ่มสร้างถุงน้ำคร่ำขึ้นมา ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องเจ้าตัวน้อยที่ค่อยๆเติบโตขึ้นในทุกวัน และเริ่มส่งสารอาหารและออกซิเจนผ่านทางท่อเส้นเล็กๆไปสู่เจ้าตัวน้อยของเรา เพื่อรอจนกว่ารกจะแข็งแรงดีพอที่จะทำหน้าที่ในปลายสัปดาห์นี้ค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ในช่วงปลายสัปดาห์นี่เราจะเริ่มสังเกตความผิดปกติบางอย่างได้บ้าง เช่น มีอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ เต้านมคัดตึง เป็นต้น

สัปดาห์ที่ 4 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

จากนี้ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 10 จะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของเจ้าตัวน้อยจะเจริญเติบโตอย่างช้าๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็นมือ แขนขาน้อยๆของเขาที่กำลังจะก่อตัวขึ้นมา ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากของคุณแม่และเจ้าตัวน้อยเลยนะคะที่ต้องช่วยกันดูแลให้อวัยวะต่างๆเพียบพร้อมและสมบูรณ์ที่สุดค่ะ

ในตอนนี้เจ้าตัวน้อยดูๆแล้วก็เหมือนเมล็ดพืชเล็กๆที่กำลังรอเวลาแตกกิ่งก้านออกมาเป็นต้นไม้ใหญ่ค่ะ ช่วงนี้จะมีถุงน้ำคร่ำคอยปกป้องและทำหน้าที่เลี้ยงดูสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ส่งสารอาหารสำคัญ และออกซิเจนให้เจ้าตัวน้อยแทนรกที่กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

เราจะเริ่มสังเกตและรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังท้อง แต่ถ้าต้องการตรวจให้ชัวร์ต้องรอให้ถึงปลายสัปดาห์นี้ก่อนค่ะ ถ้าผลตรวจออกมาเป็นบวก สามารถเตรียมตัวหาสมุดจดการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเล่มและเริ่มฝากท้องกับคุณหมอได้เลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องรอจนถึง 8 สัปดาห์ก่อนค่อยไปพบคุณหมอค่ะคุณหมอจะเริ่มให้ว่าที่คุณแม่ทานวิตามินรวมและโฟลิคแอซิดอย่างน้อย 400 – 600 ไมโครแกรมต่อวัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพัฒนาการที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆใน 6 สัปดาห์ข้างหน้าของเจ้าตัวน้อยค่ะ ช่วงนี้คุณแม่จะเลือกทานอาหารอะไร ควรดูให้ดีก่อนนะคะว่าดีสำหรับทั้งคุณแม่และลูกหรือเปล่า เพราะว่าเราจะทานอะไรเข้าไป เจ้าตัวน้อยก็จะได้รับสิ่งนั้นเช่นกันค่ะ

สัปดาห์ที่ 5 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เจ้าตัวน้อยของเราตอนนี้กำลังมีการแยกตัวของกลุ่มเซลล์ให้กลายเป็นเนื้อเยื่อ 3 ชั้นค่ะ คือ เนื้อเยื่อชั้นนอก (Ectoderm) เนื้อเยื่อชั้นกลาง (Mesoderm) และเนื้อเยื่อชั้นใน (Endoderm) ทั้งหมดจะทำหน้าที่สร้างส่วนต่างๆของร่างกายให้ครบสมบูรณ์ค่ะ เรามาทำความรู้จักกันค่ะว่าแต่ละชั้นทำหน้าที่สร้างอะไรกันบ้าง

เนื้อเยื่อชั้นนอก (Ectoderm) : สร้างระบบประสาท โดยจะเริ่มจากที่สมองเล็กๆของเจ้าตัวน้อย เส้นประสาทบริเวณสันหลัง กระดูกสันหลัง ต่อมต่างๆ และค่อยๆเจริญเติบโตเป็นผิวหนัง เส้นผม เล็บ เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง และฟัน

เนื้อเยื่อชั้นกลาง (Mesoderm) : สร้างหัวใจ ระบบหมุนเวียนเลือด พัฒนาระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ในสัปดาห์นี้หัวใจของเจ้าตัวน้อยจะเริ่มแบ่งเป็นห้องๆแล้ว มีการเต้นของหัวใจและการสูบฉีดโลหิตแล้ว

เนื้อเยื่อชั้นใน (Endoderm) : สร้างปอด ลำไส้ ระบบขับถ่าย ต่อมไธรอยด์ ตับ และตับอ่อน และในขณะเดียวกับที่ส่วนต่างๆของร่างกายกำลังสร้างขึ้นมา รกก็จะเริ่มทำหน้าที่ส่งสารอาหารสำคัญและออกซิเจนไปที่เจ้าตัวน้อยแล้วเหมือนกันค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

เริ่มเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย และเริ่มปวดท้องฉี่บ่อยขึ้น รวมทั้งมีอาการคลื่นไส้ เปรี้ยวปากอยากทานอาหารแปลกๆค่ะ ในช่วงนี้ต้องงดดื่มไวน์และแอลกอฮอล์ทุกประเภทเลยนะคะ เพราะอาจทำให้เจ้าตัวน้อยของเรามีอาการผิดปกติ หรือถึงขั้นแท้งได้ค่ะ ถ้าเป็นไปได้เราควรเริ่มหาเวลาออกกำลังกายเบาๆอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ เพื่อเตรียมร่างกายแบกรับน้ำหนักที่กำลังจะเพิ่มขึ้นทุกเดือนต่อจากนี้ค่ะ แต่ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมจนเกินไปค่ะ เดินหรือว่ายน้ำจะเหมาะกับคนท้องมากกว่านะคะ

สัปดาห์ที่ 6 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ในช่วงนี้เจ้าตัวน้อยกำลังมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วค่ะ จมูก ปาก หูจะเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างคร่าวๆบ้างแล้ว แต่ยังไม่เป็นรูปร่างชัดเจนเท่าไหร่ หัวใจของเจ้าตัวน้อยช่วงนี้จะเต้นถี่ถึง 100-160 ครั้งต่อนาที เร็วกว่าคุณแม่อย่างเราตั้ง 2 เท่าเลยนะคะ ที่เป็นแบบนั้นเพราะระบบหมุนเวียนเลือดกำลังหล่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนลำไส้และตับก็กำลังค่อยๆสร้างขึ้นมาค่ะ ขนาดความยาวของเจ้าตัวน้อยช่วงนี้จะใหญ่ประมาณเมล็ดถั่วเล็กๆเท่านั้นเองค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

เริ่มรู้สึกอารมณ์เหวี่ยงๆ แถมยังควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ เพราะช่วงนี้ฮอร์โมนในร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลง เลยทำให้อารมณ์ของเราเปลี่ยนแปลงไปด้วย อาการอื่นๆอย่างมีรอยแดงเป็นจ้ำๆเกิดขึ้นบริเวณใต้ร่มผ้า หรือฉี่ออกมามีเลือดบ้างเป็นเรื่องปกตินะคะ ไม่ต้องกังวลไปค่ะ นอกจากว่ามีเลือดออกมากเกินไป อาจเกิดการผิดปกติอย่างแท้งหรือท้องนอกมดลูกก็ได้ ควรรีบปรึกษาคุณหมอจะดีกว่าค่ะ

สัปดาห์ที่ 7 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

มือและขาพอจะเห็นเป็นรูปร่างมากกว่าเดิม แต่ยังดูอ้วนๆป้อมๆเล็กๆ ยังไม่ถึงกับยืดออกมาเป็นแขนขาซะทีเดียวค่ะ แถมยังดูเหมือนจะมีหางเล็กๆ โผล่ออกมาด้วย เจ้าหางเล็กๆนี้จะกลายมาเป็นกระดูกก้นกบในอนาคตของเจ้าตัวน้อยนั่นเองค่ะ ส่วนขนาดจะโตขึ้นอีกเล็กน้อยประมาณลูกบลูเบอร์รี่เล็กๆหรือประมาณ 1/2 นิ้วเองค่ะ ส่วนของสมองมีการพัฒนาไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ตับก็เริ่มฟอกเซลล์เม็ดเลือดแดงได้แล้ว และรอจนกว่าไขกระดูกจะพัฒนาเติบโตขึ้นมา เพื่อมารับหน้าที่ต่อไปค่ะ ตับอ่อนเริ่มผลิตฮอร์โมนอินซูลินช่วยในการย่อยอาหาร และลำไส้เองก็เริ่มก่อตัวเป็นโพรง เพื่อที่จะส่งถ่ายเลือด สารอาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายของเจ้าตัวน้อยค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ร่างกายเราขนาดมดลูกเริ่มขยายตัวเป็น 2 เท่าแล้วค่ะ มีอาการเบื่ออาหาร และกรู้สึกเหมือนจะป่วยตอนเช้าๆค่ะ อารมณ์จะเหวี่ยงแบบเต็มที่เลยค่ะ จะรู้สึกปวดฉี่บ่อยขึ้นกว่าเดิมค่ะ

สัปดาห์ที่ 8 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เจ้าตัวน้อยอยู่ในท้องเรามาได้ 2 เดือนเต็มแล้วค่ะ ตอนนี้นิ้วมือและนิ้วเท้าเล็กๆเริ่มโผล่ออกมาจากแขนและขาบ้างแล้ว หนังตาบางๆก็เริ่มปิดตาจนมิด ระบบทางเดินหายใจเริ่มต่อยาวจากลำคอไปที่ปอด หางที่เคยเห็นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเริ่มสั้นลงจนเกือบหายไปแล้วค่ะ เซลล์ประสาทต่างๆในสมองก็เริ่มพัฒนาเชื่อมต่อกันขึ้นเรื่อยๆค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

หน้าอกจะเริ่มขยายตัวถึงขั้นต้องขยายไซส์ของชุดชั้นในที่ใส่กันเลยค่ะ ควรเปลี่ยนชุดชั้นในตัวใหม่ที่ใหญ่ขึ้นดีกว่า จะได้ช่วยผยุงน้ำหนักของหน้าอกที่เพิ่มขึ้นให้รู้สึกสบายตัวไม่อึดอัดค่ะ ชุดชั้นในที่เล็กเกินไปจะไปกดทับท่อน้ำนม นานๆเข้าจะทำให้น้ำนมไหลไม่สะดวก และจะเป็นปัญหาเมื่อคุณแม่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ค่ะ ช่วงนี้เราจะรู้สึกเหนื่อยเพลียได้ง่ายมากขึ้นจนทำให้เรารู้สึกอืดอาดทำอะไรช้าลง เพราะระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับอาการคลื่นไส้ อาการนอนไม่ค่อยหลับหรือหลับไม่สนิท เพราต้องลุกขึ้นไปฉี่บ่อยๆด้วยค่ะ

สัปดาห์ที่ 9 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

รูปทรงและหน้าตาเริ่มดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆของร่างกายมากขึ้นกว่าเดิม หัวใจแบ่งออกเป็น 4 ห้องเรียบร้อย ลิ้นกับฟันเล็กๆก็เริ่มขึ้นมาใต้เหงือกบ้าง หางที่เคยมีหายไปแล้ว กล้ามเนื้อและระบบประสาทต่างๆเริ่มประสานต่อกัน อวัยวะเพศเริ่มขึ้น (แต่ยังไม่สามารถดูได้ว่าเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง) ช่วงนี้ดวงตาโตเต็มที่แล้ว แต่หนังตาจะยังปิดอยู่อย่างนั้นและจะไม่เปิดจนกว่าจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 27 ค่ะ ติ่งหู ปาก จมูก และรูจมูกเริ่มเห็นชัดเจนขึ้น น้ำหนักก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกันค่ะ ขนาดใกล้ๆกับองุ่นผลเล็กค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ในตอนนี้คนอื่นก็ยังดูไม่ออกว่าเรามีเจ้าตัวน้อยอยู่ในท้องนะคะ นอกจากน้ำหนักตัวที่จะเพิ่มขึ้นมาแค่เล็กน้อย แต่เราจะรู้สึกได้ว่าเราท้องแล้ว อาการที่รู้สึกไม่สบายในตอนเช้าและอาการแปลกต่างๆเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นค่ะ อารมณ์เหวี่ยงๆยังคงมีอยู่เหมือนเดิม อาการเหล่านี้จะเกิดระหว่าง 6-10 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ค่ะ

สัปดาห์ที่ 10 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ในตอนนี้ความยาวของเจ้าตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้าประมาณ 1 ¼ นิ้ว ส่วนน้ำหนักน้อยกว่า 7 กรัมค่ะ พัฒนาการทางร่างกายนับว่าจะรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ อวัยวะสำคัญอย่างสมอง ลำไส้ ไต และตับเริ่มทำงานตามหน้าที่ของมัน แล้วจะเจริญเติบโตพัฒนาขึ้นเรื่อยๆค่ะ และส่วนพัฒนาการอื่นๆอย่างเล็บเริ่มงอกขึ้นมาบนนิ้วมือและนิ้วเท้าค่ะ มีเส้นผมบางๆรวมทั้งขนอ่อนๆเริ่มขึ้นแล้วเช่นกัน แขนก็เริ่มงอเตรียมพร้อมสำหรับเติบโตเป็นข้อมือในอนาคต กระดูกสันหลังก็เริ่มขึ้นมาเป็นสันบางๆ ระบบประสาทแถวกระดูกสันหลังก็เริ่มแตกกิ่งก้านมากขึ้น และหน้าผากก็เริ่มนูนขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสมองที่เติบโตขึ้นทุกวันค่ะการเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ถ้าคุณแม่ไปพบแพทย์ในช่วงสัปดาห์ที่ 10 นี้ เราจะเริ่มได้ยินเสียงหัวใจเจ้าตัวน้อยเต้นถี่ๆผ่านเครื่องช่วยฟังแบบอัลตราซาวน์ ตอนที่เอาไปแนบกับท้องของเราค่ะ (คุณแม่หลายคนถึงกับบอกว่าเสียงหัวใจดังจนรู้สึกเหมือนกับเป็นเสียงควบม้าเลยล่ะค่ะ)ส่วนการเปลี่ยนแปลงของคุณแม่มดลูกกำลังขยายตัวเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้เทียบได้กับผลส้มลูกโตๆค่ะ ทำให้เวลาใส่เสื้อผ้าตัวเดิมจะรู้สึกคับๆบ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะช่วงหน้าอกที่เริ่มคับขึ้น ทำให้หายใจอึดอัดค่ะ ช่วงท้องก็เริ่มพองขึ้นมาบ้าง จนเรารู้สึกตัวหนากว่าเดิม ควรเลือกเสื้อผ้าหรือกางเกงที่เอวหลวมหน่อย หรือกางเกงเอวต่ำก็ได้ค่ะ จะได้รู้สึกสบายตัวมากขึ้นและไม่รู้สึกอึดอัดด้วยค่ะ

พัฒนาการทารกในครรภ์

ขอบคุณรูปภาพประกอบ : http://www.telegraph.co.uk

สัปดาห์ที่ 11 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เจ้าตัวน้อยของเราจะเริ่มเตะ เริ่มยืดแขนขาเหมือนอยากบิดขี้เกียจได้บ้างแล้วค่ะ บางครั้งเราอาจรู้สึกได้ถึงอาการสะอึกของเจ้าตัวน้อยได้บ้างเหมือนกันนะคะ และอีกไม่นานมือจะกำและสามารถคลายออกได้ ฟันซี่น้อยกำลังงอกขึ้นมาใต้เหงือก ส่วนกระดูกเริ่มแข็งแรงมากขึ้นแล้วค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ช่วงเวลานี้ส่วนใหญ่เราจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น เหมือนกับพลังในร่างกายเริ่มกลับคืนมา อาการคลื่นไส้เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่จะเริ่มมีอาการท้องผูกแทน และบางครั้งจะรู้สึกแน่นหน้าอกมากขึ้น เพราะมีกรดในกระเพาะมากเกินไป สาเหตุจะมาจากระดับฮอร์โมนที่มีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเรานั่นเองค่ะ ช่วงท้องใกล้ครบ 3 เดือนแรกนี้ไม่ต้องแปลกใจนะคะว่าทำไมอยากทานอะไรแปลกๆ และรู้สึกหิวบ่อยๆ ช่วงนี้แนะนำว่าถ้ารับประทานได้ให้ทานเลยค่ะ และควรหัดสังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายเรารึเปล่า..? หรือสงสัยกับสิ่งที่เกิดกับเจ้าตัวน้อยของเรา แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอค่ะ เราจะได้รับทุกคำตอบที่เราสงสัยอยู่ค่ะ

สัปดาห์ที่ 12 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ตอนนี้ขนาดตัวของเจ้าตัวน้อยจากหัวถึงขาจะวัดได้ประมาณ 2 นิ้ว และน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 14 กรัมแล้วค่ะ นิ้วมือน่ารักๆกำลังกำมือและแบมือได้แล้ว นิ้วเท้าจะเริ่มหงิกงอ กล้ามเนื้อบริเวณตาใกล้สมบูรณ์แล้ว ปากเริ่มเม้มเข้าหากันได้มากขึ้น บริเวณลำไส้เริ่มพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วภายในท้องน้อยของเจ้าตัวน้อย ไตเริ่มขับของเสียออกจากกระเพาะปัสสาวะได้แล้วค่ะ ระบบประสาทเส้นต่างๆในสมองเริ่มเชื่อมโยงหากันมากขึ้น ตาและหูเริ่มเคลื่อนตำแหน่งมาใกล้เคียงตำแหน่งที่ถูกต้องค่ะ และในช่วงนี้เจ้าตัวน้อยสามารถขยับเคลื่อนไหวเริ่มดิ้นไปดิ้นมาตอบโต้กลับมาเล็กน้อยพอให้เรารู้สึกตัวค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

สัปดาห์ที่ 12 (หรือครบ 3 เดือน) มดลูกของเรากำลังเจริญเติบโตจนทำให้ท้องน้อยขยายตัวขึ้นจนเริ่มรู้สึกอึดอัดบ้าง อาจมีอาการแน่นหน้าอกเพราะกรดในกระเพาะที่มากเกินไป รู้สึกเจ็บตั้งแต่กระดูกหน้าอกไปจนถึงจุดใต้ลำคอ แต่คุณแม่หลายๆคนจะยังไม่เกิดอาการนี้จนกว่ามดลูกจะเริ่มขยายและไปกดทับกระเพาะ แต่อาการปวดจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ

สัปดาห์ที่ 13 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เจ้าตัวน้อยเริ่มมีลายนิ้วมือขึ้นที่นิ้วมือของเขาแล้ว เส้นเลือดดำและอวัยวะต่างๆเริ่มมองเห็นชัดขึ้นผ่านผิวหนังบางๆ ขนาดตัวในตอนนี้จะใกล้เคียงกับกุ้งขนาดกลางๆค่ะ ส่วนน้ำหนักใกล้ 1 ออนซ์เข้าไปทุกทีแล้วค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

อัตราเสี่ยงแท้งลูกน้อยลงกว่าตอนตั้งท้องใหม่ๆค่ะ อาการแปลกๆที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2-3 เดือนก่อนจะค่อยๆลดน้อยลงบ้าง และหน้าอกของเราจะเริ่มผลิตน้ำนม เพื่อเตรียมสารอาหารสำคัญให้พร้อมสำหรับเจ้าตัวน้อยที่จะลืมตาดูโลกในไม่ช้านี้ด้วยค่ะ

สัปดาห์ที่ 14 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ในช่วงสัปดาห์นี้เจ้าตัวน้อยของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ น่าตื่นเต้นมากๆเลยใช่ไหมคะ..? เขาจะเริ่มกระพริบตา ขมวดคิ้ว ทำหน้าตาบู้บี้ เริ่มฉี่ และดูดนิ้วได้แล้ว สมองเริ่มมีการกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าให้มีการเคลื่อนไหวได้เล็กๆน้อยๆ ไตเริ่มผลิตปัสสาวะได้ และขับปัสสาวะออกมาทิ้งภายในถุงน้ำคร่ำค่ะ ลำตัวเริ่มพัฒนาเติบโตได้เร็วกว่าช่วงหัวค่ะ เริ่มมองเห็นลำคอชัดเจนขึ้น มือของเขาจะยาวขึ้นขนาบไปกับช่วงลำตัว ขาก็จะยาวขึ้นเช่นกัน เส้นผมก็เริ่มนุ่มขึ้นและเริ่มมีขนเล็กๆขึ้นทั่วร่างกาย ตับเริ่มสร้างน้ำดี และม้ามก็จะเริ่มผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงแล้วค่ะ นอกจากนี้เจ้าตัวน้อยเริ่มทำท่าเหมือนบิดขี้เกียจมากขึ้นด้วยนะคะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

รู้สึกมีเรี่ยวมีแรงมากขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมาค่ะ หน้าอกขยายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย อาการที่เหมือนจะท้องเสียเริ่มน้อยลง บางคนยังคงมีอาการคลื่นไส้ อยู่บ้าง มดลูกขยายตัวจนทำให้หน้าท้องของเรายื่นออกมาจนเห็นได้ชัดแล้วค่ะ

สัปดาห์ที่ 15 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ในตอนนี้เจ้าตัวน้อยจะเริ่มหายใจเข้า-ออกด้วยการสูดน้ำคร่ำเข้าออกผ่านปอดค่ะ ทำให้ปอดสร้างถุงลมขึ้นมาช่วยในเรื่องของการหายใจเพิ่มขึ้น ช่วงขาจะเริ่มยาวกว่าแขนและเริ่มขยับข้อต่อของแขนขาได้แล้วค่ะ หนังตายังคงปิดสนิทเหมือนเดิม แต่จะสามารถรับรู้เกี่ยวกับแสงได้แล้วนะคะ ถ้าเราส่องไฟฉายไปที่ท้องของเราในอายุครรภ์ช่วงนี้เจ้าตัวน้อยจะพยายามหนีห่างจากแสงนั้นค่ะ

และในช่วงอายุครรภ์ประมาณสัปดาห์ที่ 15 นี้ เราสามารถไปพบคุณหมอเพื่อทำอัลตราซาวน์ดูเพศของเจ้าตัวน้อยได้แล้วค่ะว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ แต่ก็ต้องลุ้นว่าเจ้าตัวน้อยจะหันมุมไหนออกมาอวดคุณแม่ คุณพ่อนะคะ ซึ่งบางทีภาพที่ถ่ายไว้จะบังเพศของเจ้าตัวน้อยไว้ค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

น้ำหนักตัวของเราจะเพิ่มขึ้นมาประมาณ 3-4 กิโลกรัมค่ะ และเริ่มรู้สึกจมูกตันหายใจไม่ค่อย เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและปริมาณการไหลเวียนของเลือดในร่างกายที่เพิ่มขึ้นจนทำให้จมูกมีเมือกมากขึ้น ควรไปพบคุณหมอนะคะอาการที่ว่าจะได้ทุเลาลงค่ะ ในช่วงอายุครรภ์สัปดาห์นี้ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 18 เราต้องทำการเจาะน้ำคร่ำออก เพื่อตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมของเจ้าตัวน้อยก่อนจะคลอดออกมานั่นเอง เป็นเรื่องดีที่เราจะได้รู้ล่วงหน้าว่าลูกปกติดีหรือเปล่าก่อนที่จะคลอดออกมา หรือถ้าไม่ปลอดภัยจะได้หาวิธีแก้ไขได้ตั้งแต่เนิ่นๆค่ะ

สัปดาห์ที่ 16 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

สัปดาห์นี้เจ้าตัวน้อยกำลังเจริญเติบโตเต็มที่ค่ะ มีขนาดเท่ากับผลอะโวคาโด หรือประมาณ 4 ½ นิ้วจากหัวถึงก้นค่ะ ส่วนหัวก็จะตั้งตรงกว่าเดิมมากขึ้น ตาและหูเริ่มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง หนังศีรษะเริ่มขึ้นมาถึงแม้ปอยผมจะยังไม่พร้อมขึ้นก็ตาม ช่วงสัปดาห์นี้หัวใจของเจ้าตัวน้อยสามารถสูบฉีดโลหิตได้ประมาณ 52 ลิตรต่อวันเลยนะคะ และการสูบฉีดโลหิตจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตามพัฒนาการของเขาค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

มดลูกขยายตัวขึ้นมาที่ด้านบนได้ครึ่งทางแล้วค่ะ เส้นเอ็นต่างๆรวมถึงกล้ามเนื้อจะเข้ามาพยุงท้องของเราที่กำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นและหนักขึ้น อาการคลื่นไส้ อารมณ์เหวี่ยงเริ่มลดน้อยลง และผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น คุณแม่บางคนอาจรู้สึกเหมือนเจ้าตัวน้อยเคลื่อนไหวดุ๊กดิ๊กอยู่ในท้องบ้าง แต่ส่วนใหญ่สัปดาห์นี้จะยังไม่ค่อยรู้สึกชัดเจนมากจนกว่าจะถึงสัปดาห์ที่ 18 ขึ้นไปค่ะ (ส่วนคุณแม่ท้องแรกอาจยังไม่รู้สึกว่าลูกดิ้นจนกว่าจะถึงสัปดาห์ที่ 20 หรือมากกว่านั้นค่ะ) ตอนแรกเราจะรู้สึกเหมือนมีอะไรกระเพื่อมเหมือนมีฟองแก๊สอ่อนๆปะทุอยู่ในห้อง หรือไม่ก็เหมือนกับป๊อปคอร์นกำลังดีด หรือเหมือนถูกปลาตอดอยู่ค่ะ

สัปดาห์ที่ 17 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เจ้าตัวน้อยกำลังแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการเชื่อมต่อระบบต่างๆกับรกมากขึ้น สามารถขยับข้อต่อต่างๆ และต่อมเหงื่อก็เริ่มสร้างขึ้นแล้วค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ตอนนี้ท้องของเราจะเริ่มปรับเข้าหาจุดที่สมดุลมากขึ้น แต่ท้องที่ยื่นออกมาก็อาจทำให้การเดินของเราเปลี่ยนไป เวลาเดินไปไหนมาไหนต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะโซเซได้ง่ายกว่าเดิม แนะนำให้หันมาใส่รองเท้าส้นเตี้ยๆแทนดีกว่าค่ะ เพราะรองเท้าส้นเตี้ยที่ดีจะช่วยรองรับน้ำหนักของเราได้ดี ทำให้ช่วยลดอาการปวดหลังและปวดขาให้น้อยลงได้ด้วยค่ะ ถ้าคุณแม่ขับรถเองหรืออยู่ภายในรถ อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขึ้นรถด้วยค่ะ ท่านั่งที่ปลอดภัยที่สุดของคนท้องเวลาอยู่ในรถ ควรจับสายคาดที่อยู่ระหว่างสะโพกให้เก็บลงไปอยู่ใต้ท้องของเรา ส่วนสายคาดอีกเส้นก็ให้อยู่บนบ่าแล้วพาดลงมาระหว่างหน้าอกของเราค่ะ บางครั้งตาของเราอาจจะรู้สึกแห้งมากขึ้น ลองใช้ยาหยอดตาเพื่อเติมความชุ่มชื่นให้กับดวงตา บ้างนะคะ

สัปดาห์ที่ 18 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เจ้าตัวน้อยเริ่มขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวแขนและขาได้มากขึ้นกว่าเดิม เราจะเริ่มมองเห็นริ้วเส้นเลือดฝอยบางๆผ่านผิวหนังบางๆของเขาค่ะ หัวเริ่มเงยตรงมากขึ้น ระบบประสาทจะสร้างสารไขมันมาหุ้มใยประสาทต่างๆและจะเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

รู้สึกหิวบ่อยขึ้น เราอาจจะต้องเลือกอาหารและขนมไว้ทานเล่นระหว่างวัน แต่ควรมีคุณค่าของสารอาหารมากขึ้นนะคะ และอาจต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้าให้ใหญ่ขึ้นอีก เพื่อความสบายตัวของเราค่ะ ระบบที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ความดันโลหิตเริ่มน้อยลงกว่าปกติ อย่ารีบลุกขึ้นยืนพรวดพราด หรือลุกนั่งเร็วเกินไปนะคะ อาจเกิดอาการหน้ามืดได้ง่ายค่ะ

ท่านอนที่ทำให้เรารู้สึกสบายตัวขึ้นก็คือนอนตะแคงข้างค่ะ เพราะท่านอนหงายอาจทำให้มดลูกไปกดทับเส้นเลือด ทำให้รู้สึกปวดท้อง ท้องอืด และอึดอัดได้ แต่ถ้าอยากนอนหงายให้หาหมอนนุ่มๆมารองตรงสะโพก หลัง และเท้าเอาไว้ด้วย จะได้รู้สึกนอนสบายตัวขึ้นค่ะ สำหรับคุณแม่ คุณพ่อที่ยังไม่เคยทำอัลตราซาวน์ช่วงท้อง ควรไปหาคุณหมอขอทำอัลตราซาวน์ดูบ้างนะคะ จะได้เห็นว่าเจ้าตัวน้อยของเรามีพัฒนาการเติบโตไปถึงไหนแล้ว หรือมีสิ่งผิดปกติที่ต้องระวังหรือเปล่า ในช่วงนี้ถ้าเราทำอัลตราซาวน์จะได้เห็นเจ้าตัวน้อยดูดนิ้วด้วยค่ะ ヾ(≧▽≦)ノ

สัปดาห์ที่ 19 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ระบบประสาทเริ่มมีการพัฒนามากขึ้น สมองส่วนที่เกี่ยวกับการดมกลิ่น การลิ้มรส การได้ยิน การมองเห็น และการสัมผัสเริ่มเกิดขึ้น มีผลการวิจัยยืนยันว่าเจ้าตัวน้อยเริ่มได้ยินเสียงของเราแล้วค่ะ อย่าลืมคุยกับลูกบ้างนะคะ เวลาคุยกับก็คุยด้วยเสียงดังๆ หรือไม่ก็อ่านหนังสือให้เขาฟังและร้องเพลงให้เขาฟังบ้าง ตอนนี้น้ำหนักของเขาประมาณ 238 กรัม แขนและขาก็เริ่มมีขนาดสมส่วนมากขึ้น ส่วนไตยังคงผลิตปัสสาวะอย่างต่อเนื่อง ขนอ่อนๆของเส้นผมและหนังศีรษะเริ่มขึ้นมานิดหน่อย บริเวณผิวหนังมีเหมือนขี้ผึ้งบางๆเคลือบผิวหนังอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันกรดต่างๆที่อยู่ในรกและช่วยป้องกันการกระแทกกับของแข็งในมดลูกด้วยค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ท้องของเราเริ่มใหญ่ขึ้นมากแล้ว ทำให้เราเริ่มปวดที่ท้องน้อยและบริเวณใกล้เคียงมากขึ้น เวลาเปลี่ยนท่านั่ง ลุกยืนจะปวดตามเส้นเอ็น เพราะน้ำหนักที่ท้องเราเพิ่มมากขึ้น ถ้าอาการปวดไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาคุณหมอนะคะ อย่าปล่อยทิ้งเอาไว้นานๆ รู้สึกว่าผิวหนังเรามีการเปลี่ยนแปลง แดงๆแปลกๆ หรือบางคนผิวอาจจะดูกระดำกระด่างหรือดูคล้ำลงได้ เพราะการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจน และเม็ดสีมีการสร้างสีผิวไม่สม่ำเสมอชั่วคราว เหมือนระบบภายในร่างกายของเรากำลังรวนนิดหน่อยค่ะ

ริมฝีปากด้านบน หัวนม ต้นขาด้านใน รักแร้ และปากช่องคลอดดูคล้ำขึ้น เริ่มมีฝ้ากระ ส่วนแก้มกับหน้าผากดูซีดชอบกล และหน้าท้องเริ่มลายแล้วค่ะ ช่วงนี้ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดค่ะ เวลาจะเดินทางไปไหนหาหมวกมาสวม หรือใส่เสื้อแขนยาว และอย่าลืมทาครีมกันแดดที่หน้าและตัวเตรียมพร้อมเอาไว้ด้วยค่ะ ส่วนรอยฝากระบางๆหาคอนซีลเลอร์แต้มเอาไว้ค่ะ จะทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

สัปดาห์ที่ 20 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เจ้าตัวน้อยหัดกลืนได้มากขึ้นทุกวัน เท่ากับเป็นการฝึกระบบการย่อยให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และยังเป็นช่วงเริ่มขับถ่ายครั้งแรก เพราะในลำไส้จะมีการรวมตัวกันของเซลล์ที่ตายแล้วและพวกน้ำย่อยและน้ำคร่ำต่างๆที่เจ้าตัวน้อยกลืนลงไปท้อง อึก่อนแรกของเขาจะออกมาเป็นสีดำเหนียวๆ เนื่องจากสิ่งที่สะสมอยู่ในตับ ไต ลำไส้ของเขามาตั้งแต่แรกเกิดค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

เราอุ้มท้องผ่านมาได้ครึ่งทางแล้ว ท้องของเราจะแอ่นไปข้างหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ น้ำหนักตัวก็เพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 5-6 กิโลกรัม ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของทั้งคุณแม่และคุณลูกควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และอย่าลืมว่าสารอาหารที่จำเป็นต่างๆอย่างธาตุเหล็ก แร่ธาตุต่างๆในปริมาณที่เพียงพอ เพราะช่วงตั้งครรภ์เราต้องใช้ธาตุเหล็กในการสร้างการเติบโตของเลือด เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตของเจ้าตัวน้อยและรก อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและดีกับคนท้อง คือ เนื้อสัตว์ต่างๆ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำที่มีเปลือกอย่างกุ้ง หอย นอกจากนั้นธาตุเหล็กยังมีมากในผักตำลึง ผักโขม น้ำลูกพรุน และลูกเกดด้วยค่ะ ช่วงนี้เราลองหาคอร์สให้คำปรึกษาตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอดเจ้าตัวน้อยไว้แต่เนิ่นๆก็ดีนะคะ

สัปดาห์ที่ 21 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ช่วงนี้เจ้าตัวน้อยของเราจะชอบการเตะต่อยเป็นที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังเคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากขึ้น คิ้วและเปลือกตาของเขาเติบโตเต็มที่แล้ว และยังเป็นช่วงที่เห็นเพศของเจ้าตัวน้อยได้ชัดเจนขึ้นด้วยค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ช่วงนี้ร่างกายเริ่มปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ได้มากขึ้นค่ะ ผิวเริ่มมีสิวมากขึ้น เพราะต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันมากขึ้น ให้เราหมั่นล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย และเช็คให้ดีว่ามอยซ์เจอร์ไรเซอร์และเครื่องสำอางที่เราใช้เป็นแบบออยล์ฟรี และควรหลีกเลี่ยงการกินยาแก้สิวเลยนะคะ นอกจากนี้อาจมีเส้นเลือดขอดเกิดขึ้นได้ค่ะ โดยเฉพะที่ข้อเท้า ขา และหน้า ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ พอเราคลอดเจ้าตัวน้อยออกมา อาการต่างๆที่ว่าก็จะหายไปเองค่ะ

การเพิ่มขึ้นของโปรเจสเตอโรนอาจส่งผลให้เรารู้สึกเจ็บที่ขามากขึ้น เพราะเส้นเลือดต่างๆถูกกดทับ ควรหาเวลาออกกำลังกาย เพื่อลดความเจ็บปวดของร่างกายลง เวลานอนควรนอนตะแคงข้าง เสื้อผ้าก็สวมใส่แบบหลวมๆค่ะ โดยเฉพาะชุดชั้นในต้องเลือกแบบพอดีตัว อย่าให้คับจนเกินไป เพราะนั้นอาจไปกดทับเส้นเลือดทำให้เลือดไหวเวียนไม่ดี และเป็นที่มาก็อาการเมื่อยและเจ็บปวดต่างๆค่ะ

สัปดาห์ที่ 22 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ตอนนี้รูปร่างหน้าตาของเจ้าตัวน้อยค่อนข้างสมบูรณ์มากแล้ว ทั้งริมฝีปาก เปลือกตา และคิ้วเห็นชัดเจนขึ้น ดวงตาเริ่มครบสมบูรณ์แต่สีของตายังบอกไม่ได้แน่นอนว่าเป็นสีอะไร ขนอ่อนๆเริ่มขึ้นทั่วร่างกายของเขา แต่ผิวหนังจะยังดูเหี่ยวย่นค่ะ ถ้าไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังมีจำนวนมากขึ้น ผิวก็จะกลับมาเรียบเนียนเหมือนปกติค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ช่วงนี้เราจะเริ่มรู้สึกว่าผิวหนังเริ่มแตกลายมากขึ้น โดยเฉพาะที่หน้าท้อง ก้น ต้นขา สะโพก และหน้าอก สีผิวก็เปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีน้ำตาล (ขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละคนด้วยนะคะ) ควรหมั่นทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์บ้างก็ดีนะคะ เพราะช่วงนี้ผิวอาจแห้งกว่าปกติค่ะ แถมยังมีเหงื่อออกมากด้วยค่ะ จึงควรดูแลความสะอาดของร่างกายให้มากๆ เพื่อความสบายตัวค่ะ

สัปดาห์ที่ 23 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เจ้าตัวน้อยกำลังสนุกกับเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น ระยะนี้เขาอาจกระดุกกระดิกตัวเพิ่มขึ้น ระบบเส้นเลือดต่างๆก็พัฒนาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการหายใจในอนาคต และเจ้าตัวน้อยของเรายังเริ่มได้ยินเสียงที่ดังมากขึ้นค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ข้อเท้าและเท้าดูบวมขึ้นเรื่อยๆ เพราะการหมุนเวียนของเลือดมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้กักเก็บน้ำในบางส่วนของร่างกายเพิ่มขึ้น หรือที่เรียกว่า อาการบวมน้ำ และยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นกว่าปกติ เราควรหลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งนานๆ และพยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอค่ะ เพื่อให้การไหลเวียนของน้ำในร่างกายดีขึ้น แต่อย่างไรก็ควรสังเกตถึงความผิดปกติของอาการบวมน้ำนี้อย่างใกล้ชิดด้วยนะคะ ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่การบวมน้ำธรรมดา ให้รีบปรึกษาคุณหมอทันทีค่ะ เช่น ถ้าอาการบวมน้ำเริ่มขึ้นมาที่แขน ที่หน้า หรือแม้แต่รอบดวงตาค่ะ

สัปดาห์ที่ 24 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ตอนนี้เจ้าตัวน้อยจะเริ่มผอมลง เพราะตัวยืดขึ้นค่ะ สมองกำลังเจริญเติบโตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว สามารถรับรู้รสชาติต่างๆได้แล้ว ปอดกำลังแบ่งเซลล์ต่างๆแตกกิ่งก้านออกไปเหมือนต้นไม้ ทำให้ถุงลมของเขาเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวออกมาสู่โลกค่ะ ส่วนผิวหนังก็ยังบางและดูโปร่งแสงอยู่ค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ในช่วงที่ตั้งครรภ์ระหว่างสัปดาห์ที่ 24 – 28 จะเริ่มทดสอบระดับกลูโคสในร่างกาย GCT (Glucose Challenge Test) เพื่อให้เรารู้ว่ามีอัตราเสี่ยงต่อการ เป็นโรคเบาหวานหรือเปล่า ถ้าระดับกลูโคสในร่างกายสูงขึ้นเจ้าตัวน้อยของเราอาจมีอันตรายเสี่ยงต่อความผิดปกติของร่างกายได้เช่นกัน
นะคะ

สัปดาห์ที่ 25 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยที่เคยเหี่ยวย่นจะค่อยๆเรียบตึงขึ้น หน้าตาก็ใกล้เคียงกับทารกแรกเกิดแล้วค่ะ เส้นผมก็ยังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถเห็นความแตกต่างของสีและความละเอียดได้แล้วค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ถึงแม้เราจะรู้สึกว่าตัวเองอุ้ยอ้ายมากขึ้น แต่ก็ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนะคะ อย่าออกกำลังกายตอนที่เรารูสึกเหนื่อย และให้หยุดทันทีที่รู้สึกเจ็บปวด เวียนศีรษะ หรือหายใจถี่ขึ้น ควรออกกำลังกายที่เหมาะกับคนท้องอย่างการเดินและว่ายน้ำจะดีกว่าค่ะ อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอระหว่างออกกำลังกาย และควรเผื่อเวลาสำหรับวอร์มอัพและคูลดาวน์ก่อนและหลังออกกำลังกายทุกครั้งด้วยค่ะ

สัปดาห์ที่ 26 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ระบบประสาทต่างๆภายในหูของเจ้าตัวน้อยพัฒนาดีขึ้นขนาดสามารถแยกแยะได้ว่าเสียงนี้เสียงคุณแม่ เสียงนี้เสียงคุณพ่อเวลาคุยกันได้แล้วค่ะ การหายใจเข้าออกระหว่างที่อยู่ในถุงน้ำคร่ำของเขายังคงแผ่วเบาอยู่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการหายใจทางปอดเข้าและออกครั้งแรกหลังจากคลอดออกมาค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ความดันโลหิตช่วงนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังต่ำกว่าช่วงก่อนตั้งครรภ์อยู่ดี รู้สึกปวดตั้งแต่กลางหลังไล่ลงมา เพราะมดลูกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำหนักท้องของเรามากขึ้น เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และข้อต่อต่างๆต้องคอยพยุงรับน้ำหนักที่มากขึ้นนี้อย่างต่อเนื่องทุกวัน วิธีบรรเทาอาการปวดอย่างการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น หรือแช่ตัวในน้ำอุ่นจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายขึ้นค่ะ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องก้มๆ เงยๆ หรือบิดตัวบ่อยๆ ควรเปลี่ยนท่านั่งท่ายืนบ้าง นอนหรืองีบช่วงบ่ายทุกวันวันละประมาณ 15 นาที จะช่วยให้คุณแม่สดชื่นและส่งผลดีต่อเจ้าตัวน้อยในท้องด้วยค่ะ

สัปดาห์ที่ 27 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ตอนนี้น้ำหนักของเจ้าตัวน้อยขึ้นมาเกือบ 1 กิโลกรัมแล้ว ช่วงนี้เขาจะเริ่มตื่นและนอนตามเวลาของเขาเอง เริ่มลืมและหลับตาได้แล้วด้วยค่ะ สมองเริ่มพัฒนามากขึ้นและค่อนข้างจะรับรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็วขึ้นค่ะ ปอดเริ่มทำตามระบบมากขึ้น บางทีเราอาจจะรู้สึกได้เวลาที่เจ้าตัวน้อยสะอึกด้วยนะคะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

นอกจากอาการปวดหลังแล้ว อาจจะเป็นตะคริวที่ขาได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ถ้าเป็นตะคริวให้เหยียดขาให้ตึงตั้งแต่ขาจนถึงปลายนิ้วเท้าให้มากที่สุด หลังจากนั้นเดินให้เลือดหมุนเวียนขึ้น แล้วนวดเบาๆ หรือประคบด้วยความร้อนจะช่วยคลายอาการตะคริวได้บ้างค่ะ

สัปดาห์ที่ 28 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เจ้าตัวน้อยเริ่มกระพริบตาได้แล้วค่ะ แล้วก็เริ่มมองเห็นได้ลางๆตั้งแต่อยู่ในมดลูกด้วยค่ะ มีเซลล์ประสาทเป็นล้านล้านเซลล์พัฒนาขึ้นในสมอง ตัวของเขาจะเริ่มอ้วนขึ้นกว่าเดิม เพื่อเตรียมสำหรับการออกมาสู่โลกภายนอกอันใกล้นี้ค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ช่วงนี้เราต้องเริ่มไปพบคุณหมอบ่อยขึ้นนะคะ เราจะรู้สึกว่าร่างกายดูน่าเกลียดเหลือเกิน จะเคลื่อนไหวตัวแต่ละทีก็ลำบาก อยากผ่อนคลายสบายอารมณ์ก็ดูจะเป็นได้ยาก อาการเจ็บป่วยวิตกกังวลแบบนี้เรียกว่า Restless Legs Syndrome (RLS) ให้เราลองพยายามเหยียดขา หรือนวดบ่อยๆ ลดคาเฟอีนให้น้อยลง แล้วทานธาตุเหล็กให้มากขึ้น รวมทั้งปรึกษาคุณหมอถึงอาการที่เกิดขึ้นเพื่อจะได้ช่วยกันหาทางแก้ไขต่อไป

สัปดาห์ที่ 29 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

กล้ามเนื้อต่างๆและปอดของเจ้าตัวน้อยกำลังเจริญเติบโตเต็มที่ ช่วงนี้ร่างกายของเขากำลังต้องการสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตและอย่างต่อเนื่องค่ะ โดยเฉพาะโปรตีน วิตามินซี กรดโฟลิค ธาตุเหล็ก และแคลเซียม เพื่อให้กระดูกแข็งแรงมากขึ้น ดังนั้นคุณแม่อย่าลืมดื่มนมที่มีส่วนผสมของแคลเซียมให้เพียงพอ และนอกจากนมแล้วควรทานอาหารอื่นๆที่มีแคลเซียมที่จำเป็นต่อร่างกาย อย่างเช่น ชีส โยเกิร์ต หรือน้ำส้มด้วยก็ยิ่งดีค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ช่วงนี้คุณหมออาจจะให้เราเริ่มสังเกตและนับจำนวนเตะของเจ้าตัวน้อยในแต่ละวัน ถ้าเขาเริ่มเตะน้อยลงจนผิดสังเกตต้องรีบปรึกษาคุณหมอด่วนเลยนะคะ ส่วนอาการเจ็บหน้าอกและท้องผูกที่เคยเป็น อาจกลับมามีอาการใหม่อีกครั้งในช่วงนี้ และด้วยฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนที่เกิดขึ้นจะทำให้เรารู้สึกว่ากล้ามเนื้อในร่างกายทำงานช้าลงมากขึ้นค่ะ

พัฒนาการทารกในครรภ์

ขอบคุณรูปภาพประกอบ : https://www.buyamag.com

สัปดาห์ที่ 30 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เปลือกตาของเจ้าตัวน้อยกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงปิดอยู่ เมื่อไรที่ลืมตาขึ้นก็สามารถรับแสงได้เลยค่ะ น้ำหนักตัวในตอนนี้ก็ประมาณ 1.5 กิโลกรัม ขนาดตัวยาวได้ประมาณ 15.7 นิ้วแล้วค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

เราจะรู้สึกเหนื่อย เพลีย เพราะนอนหลับไม่ค่อยสนิทในตอนกลางคืน แถมยังรู้สึกงุ่มง่ามกว่าเคย ทำอะไรแต่ละทีช้าๆไม่ค่อยทันใจ ช่วงนี้ข้อต่อต่างๆจะรู้สึกดีขึ้น ทำให้สบายตัวขึ้นนิดหน่อย ช่วงท้องเริ่มกดทับทำให้ขาแยกออกจากกันมากขึ้น อาการเท้าบวมยังเป็นเหมือนเดิม ฮอร์โมนก็ยังทำให้อารมณ์ในแต่ละวันของเราขึ้นๆลงๆอยู่บ้างค่ะ

สัปดาห์ที่ 31 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ช่วงนี้เจ้าตัวน้อยสามารถขยับหัวหมุนไปด้านข้างได้แล้ว ส่วนแขน ขา และตัวเริ่มมีไขมันสะสมมากขึ้น ทำให้ผิวไม่ค่อยเหี่ยวย่นเหมือนตอนแรกแล้วค่ะ และสามารถเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายได้คล่องแคล่วมากขึ้น ยิ่งลูกดิ้นลูกเตะมากเท่าไหร่ก็แปลว่าเขาแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้นนะคะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

เราจะรู้สึกเหมือนมดลูกหดเกร็งและคลายตัวเป็นระยะๆมากขึ้น มีอาการปวดเกร็งประมาณ 30 วินาที แต่ถ้ามดลูกบีบตัวมากกว่า 4 ครั้งต่อชั่วโมง หรือเริ่มมีน้ำหรือมีเมือกเหลวๆ หรือเลือดไหลออกจากช่องคลอดรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วนนะคะ อาการปวดหลังก็ดูเหมือนจะมีเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ สัปดาห์นี้จะเริ่มมีน้ำนมไหลออกมาเป็นครั้งแรกจากหน้าอกของเรา ควรหาผ้าปิดรองไว้ที่หัวนมเวลาใส่ชุดชั้นในจะได้ไม่ไหลเลอะเปื้อนชุดชั้นในของเราค่ะ

สัปดาห์ที่ 32 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ตอนนี้เจ้าตัวน้อยของเราจะเริ่มอึดอัดบ้าง เวลาอยู่ในมดลูกค่ะ เพราะพื้นที่ว่างด้านในเริ่มมีน้อยลง เล็บมือ เล็บเท้า และเส้นผมเริ่มขึ้นอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนผิวหนังก็เริ่มนุ่มและเรียบเนียนขึ้นค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

มดลูกจะเคลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้อยู่ใกล้กับกระบังลมและท้องแล้วค่ะ ทำให้เราหายใจถี่ขึ้นและบางครั้งเราอาจรู้สึกเจ็บหน้าอกด้วย ช่วงนี้พยายามนอนโดยใช้หมอนนุ่มๆรองที่ท้องไว้นะคะ และเปลี่ยนมากินอาหารมื้อเล็กแต่บ่อยขึ้นแทนค่ะ จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของกระเพาะและลำไส้ ไปในตัวด้วยค่ะ

สัปดาห์ที่ 33 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยตอนนี้ไม่เหี่ยวย่นแล้ว กระดูกก็แข็งแรงและเชื่อมต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นส่วนต่างๆในสมองและเนื้อเยื่อต่างๆก็พัฒนาเติบโตไปเรื่อยๆเช่นกันค่ะ น้ำหนักในสัปดาห์นี้หนักมากกว่า 2 กิโลกรัมแล้ว ขนาดตัวก็ยาวถึง 17 นิ้วด้วยค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ตอนนี้เราจะรู้สึกอุ้ยอ้ายเต็มที่ พยายามหาท่านั่งท่านอนที่ทำให้เรารู้สึกสบายตัวที่สุดเอาไว้ค่ะ เริ่มมีอาการปวดและชาที่นิ้วมือ ข้อมือ และมือบ้าง วิธีบรรเทาอาการลองแช่มือในน้ำอุ่นตอนเช้าประมาณ 5 -10 นาที จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น อาการปวดและชาจะลดลงและหายไปค่ะ

สัปดาห์ที่ 34 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ระบบประสาทส่วนกลางและปอดเริ่มพัฒนาจนเกือบสมบูรณ์ ซึ่งจริงๆแล้วทุกอย่างเตรียมพร้อมสำหรับการออกมาดูโลกกว้างแล้วค่ะ ไขมันเริ่ม สะสมอยู่ใต้ผิวหนังมากขึ้นเป็นการเตรียมให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกอบอุ่นเมื่อคลอดออกมาค่ะ เพราะโดยปกติแล้วผู้หญิงเราจะพร้อมคลอดในช่วงสัปดาห์ที่ 34-37 นั่นเองค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

แน่นอนว่าเราจะรู้สึกอึดอัดกับตัวเองมากขึ้น รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียมากขึ้น ช่วงนี้ให้เรางดกิจกรรมต่างๆที่ต้องออกแรงให้น้อยลงค่ะ อย่าลุกนั่งหรือยืนเร็วเกินไป เพราะอาจหน้ามืดได้ รวมทั้งขาและเท้าก็ยังจะดูบวมๆอยู่นะคะ

สัปดาห์ที่ 35 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ตอนนี้พื้นที่ว่างในมดลูกเริ่มมีน้อยลงมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าตัวน้อยก็เติบโตพร้อมออกมาเจอกับคุณแม่อย่างเต็มที่แล้วค่ะ มดลูกในช่วงนี้จะทำให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกอบอุ่น เขาเลยไม่ค่อยกลับตัวเท่าไหร่ แต่ยังเตะจำนวนเท่าเดิมอยู่ ไตพัฒนาจนสมบูรณ์แล้ว และตับก็สามารถขับถ่ายของเสียออกมาได้แล้ว เรียกได้ว่าตอนนี้ร่างกายโดยทั่วไปค่อนข้างสมบูรณ์แล้วค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

ตอนนี้เราเข้าสู่โหมดพร้อมแล้วสำหรับการคลอดลูก มดลูกก็ขยายขนาดจนเต็มที่แล้ว ทำให้อาการปวดฉี่อยากเข้าห้องน้ำของเราถี่ขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นอาการเจ็บหน้าอกและปวดเมื่อยต่างๆยังเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง ช่วงนี้เราต้องไปพบคุณหมอเพื่อตรวจเช็คหาเชื้อแบคทีเรียที่อาจถ่ายทอดไปสู่เจ้าตัวน้อยได้ระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งถ้ามีเชื้อนี้อยู่จริงๆก็สามารถฉีดวัคซีนระหว่างที่ท้องได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าตัวน้อยของเราติดเชื้อแบคทีเรียนี้ได้ด้วยค่ะ

สัปดาห์ที่ 36 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

เส้นผมตอนนี้ขึ้นมาทั่วศีรษะแล้ว ขนอ่อนๆก็ขึ้นทั่วร่างกายด้วยค่ะ ผิวหนังยังเหมือนมีขี้ผึ้งบางๆเคลือบอยู่ เพื่อป้องกันผิวของเขาหลังจากคลอดออกมาค่ะ ร่างกายและระบบต่างๆของเจ้าตัวเล็กก็จะเติบโตครบสมบูรณ์ ตอนนี้หัวจะเริ่มคว่ำลง แต่ถ้าเขาไม่ยอมคว่ำลงตามธรรมชาติ คุณหมออาจแนะนำให้เราผ่าท้องคลอดแทนการคลอดแบบธรรมชาติค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

เราจะรู้สึกว่าแน่นท้องมากเป็นพิเศษ อาหารก็ทานยากขึ้น แต่จะรู้สึกเจ็บหน้าอกน้อยลงและหายใจสะดวกขึ้น เพราะตัวเจ้าตัวน้อยเริ่มคว่ำตัวลง ทำให้กลายเป็นว่าเราจะเริ่มเจ็บท้องด้านล่างโดยเฉพาะแถวช่องคลอดและต้นขามากขึ้นแทน เวลาเดินไปไหนมาไหนลำบากขึ้นและยังทำให้ปวดฉี่มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ในสัปดาห์นี้จะมีอาการเจ็บท้องเตือนเกิดขึ้น 5 นาที หรือทุกชั่วโมง ให้เราคอยสังเกตอาการน้ำเดินว่าเกิดขึ้นหรือยัง ควรมีคนอยู่ใกล้ชิดเรามากขึ้น เพราะไม่รู้ถุงน้ำคร่ำจะแตกเมื่อไหร่ค่ะ อาจจะมีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นอีก เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย เป็นไข้ ปวดหัวแบบรุนแรง และปวดกล้ามเนื้อค่ะ

สัปดาห์ที่ 37 ของพัฒนาการทารกในครรภ์

ในที่สุดเจ้าตัวน้อยก็พร้อมออกมาเจอหน้าคุณแม่กับคุณพ่อแล้วค่ะ จริงๆแล้วอวัยวะทุกส่วนของเจ้าตัวเล็กก็พร้อมสมบูรณ์แบบสุดๆเตรียมตัวออกมาสู่โลกภายนอกแล้วเช่นกัน เส้นผมขึ้นเต็มศีรษะ ไม่ต้องแปลกใจนะคะถ้าสีผมของเจ้าตัวน้อยจะไม่เหมือนคุณแม่อย่างเรา ยินดีกับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกท่านด้วยนะคะ

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

มีอาการเจ็บท้องเตือนถี่ขึ้นเรื่อยๆ และเจ็บแต่ละครั้งนานขึ้น หมั่นตรวจเช็คสัญญาณเตือนว่าพร้อมคลอดแล้วหรือยัง เช่น ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำอย่าลืมเช็คว่ามีเลือดออกมาจากช่องคลอดหรือไม่ คุณแม่บางคนอาจจะมีอาการเจ็บเตือนนี้ติดต่อกัน 2-3 วัน หรือน้อยกว่านี้ก่อนคลอด ถ้าเป็นไปได้ไปนอนรอเตรียมคลอดที่โรงพยาบาลเลยก็ดีถ้าพร้อมนะคะ

ถ้าสัปดาห์นี้เจ้าตัวน้อยยังไม่ยอมออกมาดูโลก ไม่ได้ผิดปกตินะคะ บางคนอาจจะคลอดหลังจากสัปดาห์นี้ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 41 ค่ะ ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของคุณแม่และคุณลูกนั่นเองค่ะ ยินดีด้วยนะคะ (  ≧▽≦)八(≧∇≦  )

Loading Facebook Comments ...