บทความน่าสนใจ
Home » แม่และเด็ก » เด็กอัจฉริยะ

เด็กอัจฉริยะ

เด็กอัจฉริยะ เป็นเด็กที่เก่ง ฉลาด ที่สามารถแสดงความอัจฉริยะออกมาได้อย่างแตกต่าง บางคนอาจคิดเก่ง คิดได้เร็ว ร้องเพลงหรือเล่นดนตรีเก่งหรือบางคนประดิษฐ์เก่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับแววการแสดงออกตั้งแต่วัยเด็กที่พ่อแม่มีส่วนสร้างและพัฒนาขึ้นว่าเด็กๆจะแสดงออกในรูปแบบใด พ่อแม่หลายๆท่านย่อมต้องการให้เกิดขึ้นกับลูกๆของเราใช่ไหมคะ..? แต่ความเก่ง ฉลาด และความอัจฉริยะ อาจมีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปโดยไม่รู้ตัว และนั่นคือสิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และคุณครูต้องช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและช่วยกันเติมเต็มซึ่งจะส่งผลดีให้กับเด็กอย่างมากมายเลยค่ะ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กอัจฉริยะ และมาช่วยกันปรับความสมดุลให้เด็กอัจฉริยะเจริญเติบโตอย่างมีความสุขกันดีกว่าค่ะ

ลูกของเราเป็นเด็กอัจฉริยะหรือเปล่า..?

คุณพ่อและคุณแม่ควรสังเกตลูกโดยดูว่าเด็กอัจฉริยะนั้นมักจะมีศักยภาพบางอย่างโดดเด่นกว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน เช่น สามารถอ่านหนังสือได้เก่งกว่า เล่นของเล่นได้สร้างสรรค์และเล่นของเล่นที่มีความซับซ้อนได้มากกว่า (เพื่อนสร้างภูเขาทราย แต่ลูกของเรากลับวางผังเป็นเมืองที่มีองค์ประกอบชัดเจน เป็นต้น)

และที่สำคัญควรมีการวัดผลความอัจฉริยะจากผู้เชี่ยวชาญ และมีนักจิตวิทยาเข้ามาช่วยสังเกตพฤติกรรมของลูกด้วยค่ะ อาจทำการวัดผลผ่านเกม แบบทดสอบ การเล่นในมุมต่างๆแล้วประเมินความคิดและผลการเรียน เพราะเด็กบางคนมีแววความอัจฉริยะหลายด้าน บางคนเป็นเด็กอัจฉริยะตอนนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสามารถกลับเหมือนเด็กธรรมดา เพราะความอัจฉริยะสามารถเลือนหายไปได้ตามเหตุปัจจัยที่แตกต่างกันค่ะ

เด็กอัจฉริยะ

ขอบคุณรูปภาพประกอบ : http://legalbizzle.blogspot.com/

ข้อแนะนำในการสังเกตพฤติกรรมของเด็กเด็กอัจฉริยะในวัยเตรียมอนุบาล (จากสถาบันเด็กพรสวรรค์พิเศษของมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) ประเทศสหรัฐอเมริกา)

1. มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็ว และมีความสามารถในการจดจำสิ่งต่างๆได้ดี
2. ดูมีวุฒิภาวะดีกว่าเด็กคนอื่นๆในวัยเดียวกัน
3. มีความสามารถในการใช้ภาษา การใช้คำศัพท์ต่างๆได้ดี และสนใจการอ่านหนังสือมาก
4. ชื่นชอบการทดลอง เพื่อหาคำตอบในการแก้ปัญหา
5. ชอบเล่นกับเด็กที่โตกว่า
6. สามารถรับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ไว
7. ชอบที่จะใช้ความคิด แสดงความอยากรู้อยากเห็นด้วยความคิดที่ลึกซึ้งกว่าอายุ
8. มีความเมตตากรุณาและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและสัตว์เลี้ยง
9. ชอบเล่นเกมที่ท้าทายทางความคิด เช่น เกมตัวเลข เกมทายปัญหา เป็นต้น
10. บางครั้งอาจมีท่าทีท้าทายโต้แย้งผู้ใหญ่
11. มีท่าทีเบื่อง่าย ถ้าต้องทำในสิ่งที่ง่ายเกินไปหรือไม่ท้าทายพอ
12. มีความกระตือรือล้นในตัวค่อนข้างมาก

จุดเด่นของเด็กอัจฉริยะ

มักชอบพูดคุยกับผู้ใหญ่ซึ่งมีประสบการณ์และมีความรู้มากกว่าเด็กหรือเพื่อนในวัยเดียวกับเขา ทั้งยังสนุกกับงานที่ท้าทาย มีความซับซ้อน และสามารถทำงานได้มากกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย ดังนั้นความรอบรู้ที่พูดคุยรู้เรื่องกับผู้ใหญ่นี่ล่ะที่ดึงดูดให้ผู้ใหญ่เกิดความประทับใจ

ส่วนเด็กอัจฉริยะแบบ Highly Gifted ที่มีความสามารถเก่งกว่าเด็กอัจฉริยะทั่วๆไปจะสามารถเข้าใจในวิชาการสาขายากๆได้อย่างถ่องแท้ ทำให้คุณพ่อและคุณแม่ต้องจัดการศึกษาแบบพิเศษให้กับเขาค่ะ

กลุ่มความฉลาดของเด็กอัจฉริยะแบ่งออกเป็นประเภท ดังนี้

1. เด็กอัจฉริยะด้านการใช้ภาษา

เด็กมักจะแสดงความรู้ด้านการใช้ภาษาและคำศัพท์ต่างๆได้ดี สามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองได้ดี ชอบอ่าน ชอบที่จะใช้ภาษาเขียนเล่าเรื่องต่างๆ ชอบเล่นเกมทายคำ ท่องอาขยานหรือคำศัพท์ต่างๆ และเขาจะใช้คำศัพท์ต่างๆในการช่วยจำและจัดการเรื่องต่างๆ

2. เด็กอัจฉริยะด้านการคิดเป็นเหตุเป็นผลและคณิตศาสตร์

เด็กจะมีความสามารถในการคิดคำนวณในใจได้อย่างรวดเร็ว ชอบที่จะเล่นเกมที่ต้องใช้กฎเกณฑ์และเหตุผล รวมถึงการคิดวางแผนต่างๆ เช่น เกมหมากรุก เกมรูบิค เป็นต้น เขามักจะชอบตั้งคำถามที่ลึกซึ้ง และสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างดีเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาอีกด้วยค่ะ สำหรับเด็กที่มีความพิเศษในด้านนี้จะทำสิ่งต่างๆอย่างเป็นระบบ ชอบหาความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ชอบจัดสิ่งต่างๆให้เป็นระเบียบแยกเป็นกลุ่มๆ มักจะหาวิธีทำการทดลองเพื่อทดสอบข้อสังเกตและความคิดของตน

3. เด็กอัจฉริยะด้านมิติสัมพันธ์ รูปทรง และโครงสร้าง

เขามักจะคิดและจินตนาการเป็นรูปภาพ ชอบศิลปะ และสร้างสิ่งต่างๆที่เขาอาจจะวาดภาพและจินตนาการอยู่ในใจแล้วนำสิ่งของใกล้ตัวมาสร้างสิ่งนั้นๆขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย เด็กกลุ่มนี้สามารถรับรู้ได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในห้องได้ เมื่อเราทำการจัดห้องใหม่แม้เพียงเล็กน้อย เพราะเขาสามารถรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของความเป็นอยู่ของสิ่งของต่างๆและความเป็นอยู่ร่วมกันของสิ่งต่างๆได้ดี

4. เด็กอัจฉริยะด้านดนตรี

เขามักจะแสดงความสามารถพิเศษด้านดนตรีได้ตั้งแต่อายุยังน้อย มีความไวต่อเสียงต่างๆ และสามารถจดจำเสียงเพลงหรือทำนองต่างๆได้อย่างรวดเร็ว และมักจะสนใจที่จะเล่นเครื่องดนตรีต่างๆถ้าเขาได้มีโอกาสเล่นมัน บางคนอาจจะชอบที่จะฟังดนตรีจากแผ่นซีดีหรือเทป

5. เด็กอัจฉริยะด้านการกีฬาและการเคลื่อนไหว

เด็กมักจะไม่นั่งอยู่นิ่ง แต่จะขยับเท้าหรือทำท่าเต้นไปตามจังหวะต่างๆได้ดี และมีความสามารถด้านการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะแสดงออกในเชิงกีฬาที่เขาถนัด

6. เด็กอัจฉริยะด้านการเข้าสังคมและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

มีพรสวรรค์พิเศษด้านการเข้าสังคม ดูจะเป็นคนที่มีทักษะในการพูดคุย ต้อนรับผู้อื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาสามารถรับรู้ได้ว่าคนอื่นๆมีความคิดและความรู้สึกอย่างไร และมักจะได้รับเลือกให้เป็นผู้นำของกลุ่ม เขาชอบที่จะได้ทำอะไรให้กับคนอื่น และชอบที่อยู่ในกลุ่มคนเพื่อพูดคุยและรับฟังปัญหาต่างๆ

7. เด็กอัจฉริยะด้านความเชื่อมั่นตนเองและความเป็นตัวของตัวเอง

เขาจะรู้จักตนเองว่าเขาคือใคร และต้องการอะไรในชีวิต ดูมีความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรต่างๆตามเป้าหมายของตนอย่างไม่ย่อท้อ เด็กในกลุ่มนี้ดูมีความสามารถพิเศษที่เหมือนมีพลังพิเศษในตัวเอง เขาอาจจะไม่ค่อยกังวลกับความรู้สึกของคนอื่นๆ หรือไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับตัวเขา ชอบที่จะใช้เวลาอยู่คนเดียวและทำในสิ่งที่ตนเองตั้งใจไว้อย่างมุ่งมั่น และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

ปัญหาของเด็กอัจฉริยะ

ปัญหาที่พบได้มากของเด็กอัจฉริยะ คือ การควบคุมอารมณ์พวกพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ใจร้อน ขี้หงุดหงิด เบื่อหน่าย เพราะต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองรู้อยู่แล้ว แถมคุณพ่อคุณแม่บางท่านยังชอบอวดลูก ซึ่งมักส่งผลเสียตามมากับเด็ก ทำให้เด็กต้องแบกรับความกดดันหรือคิดว่าตนเองเก่งไปทุกเรื่อง และอาจส่งผลไปถึงนิสัยของเขาด้วยนะคะ เช่น เขาอาจมีนิสัยอวดตัว รู้สึกว่าตนเองสูงกว่าผู้อื่น ทำงานคนเดียวได้ ไม่มีเพื่อนก็ไม่เป็นอะไร ไม่ยอมใคร และนิสัยลดตัว เมื่ออยากให้เพื่อนยอมรับ ทำให้เขาต้องปิดบังศักยภาพของตนเอง ไม่อยากเรียนรู้ อคติกับคุณครู ทำให้ความสามารถที่มีอยู่ไม่ถูกพัฒนา พรสวรรค์จะถูกกลืนไปพร้อมเวลาที่ผ่านไปค่ะ

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรปฎิบัติกับเด็กอัจฉริยะ

1. ดูแลความรู้สึกของลูกและพูดคุยด้วยเหตุผล เช่น การอธิบายให้เด็กเข้าใจว่า ความเก่งของเขาไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนเก่งที่สุดในโลก ยังมีอีกหลายคนที่เก่งกว่า เขาก็ยังเป็นเด็กเหมือนกับเพื่อน จะดีมากถ้าเขาจะช่วยเพื่อนๆด้วยการสอนวิชาที่ตนเองถนัดให้ และถ้าลูกฟังความคิดเห็นของเพื่อนด้วย เพื่อนๆก็จะชอบลูกและลูกก็จะมีความสุข เป็นต้น

2.สำหรับเรื่องการเรียนรู้ให้เสริมความยากในสาขาที่เขาถนัดขึ้นไปอีกระดับ และใช้สื่อหรือแบบฝึกหัดที่หลากหลายจะได้พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ค่ะ

Loading Facebook Comments ...